การดูแลสุนัข

การดูแลสุนัข

Police Dog2

ที่อยู่ที่นอนสุนัข

สุนัขควรมีที่อยู่ที่นอนเป็นที่เป็นทางแลเป็นสัดเป็นส่วน อาจจะใช้ผ้าเก่า ๆ หรือเศษผ้านุ่ม ๆ หลายๆชั้นทำเป็นที่นอนขนาดเล็กใหญ่แล้วแต่ความเหมาะสม ส่วนการจะเลี้ยงดูสุนัขไว้ในบ้านหรือไม่นั้นคงแล้วแต่ความพร้อมของสมาชิกในครอบครัว ส่วนใหญ่แล้วหากมันยังเล็กอยู่ก็นิยมเลี้ยงไว้ในบ้านเพื่อคอยดูแลและทำให้มันสนิทสนมกับคนในบ้านได้ง่าย แต่ต้องคอยดูแลเรื่องการขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทางหากมีบริเวณบ้านมากพอ ควรเลี้ยงไว้นออกบ้าน โดยสร้างกรงที่ขมีขมันความแข็งแรง กว้างขวางตามขนาดของสุนัขควรมีมุ้งกางให้สุนัขด้วย มีหลังคากันแดดกันฝนได้ และมีฝากันลมในทิศทางที่ถูกต้อง บริเวณที่ตั้งกรงควรเลือกเอาที่ร่ม ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อับชื้น เวลากลางวันต้องมีแสงแดดส่องผ่านเข้าได้บ้างเพื่อฆ่าเชื้อโรคและให้กรงแห้งพื้นกรงควรจะสะดวกในการทำความสะอาด ไม่เป็นที่หมักหมมของสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ มีที่ระบายของเสียได้สะดวก

 

การตัดหางสุนัข

สุนัขบางพันธุ์นิยมตัดหาง ให้เหลือความยาวตามลักษณะในพันธุ์นั้นนิยม ซึ่งก็ควรตัดในขณะที่ยังมีอายุยังน้อย ๆ อยู่เพื่อที่จะไม่มีเลือดออกมามาก สุนัขไม่เจ็บปวด แผลหายเร็วและทำได้ง่ายโดยไม่ต้องวางยาสลบ ฉะนั้นสุนัขพันธุ์ที่ต้องตัดหางหลังคลอดควรนำลูกสุนัขไปทำการตัดหางภายในหนึ่งสัปดาห์หากจะตัดหางเองต้องทำในระยะไม่เกิน 7 วันหลังคลอด โดยการขลิบขนบริเวณหางที่ต้องการตัดออกให้ถึงผิวหนังแล้วทำความสะอาดด้วยการใช้แอลกอฮอล์ หรือทิงเจอร์ไอโอดีน ทาให้ทั่ว ต่อจากนั้นก็รูดผิวหนังขึ้นมาทางโคนหางแล้วใช้เชือกหรือยางรัดไว้ให้แน่นตรงข้อที่ 2 ของกระดูกโคนหาง ใช้กรรไกรที่ฆ่าเชื้อแล้วตัดตรงระหว่างข้อของกระดูกที่จะตัด แล้วแต้มด้วยทิงเจอร์ไอโอดีน ทิ้งไว้ 4-5 ชั่วโมง จึงค่อยเอาเชือกหรือยางรัดออกปล่อยให้แผลหาย โดยมากผิวหนังของหางที่รูดขึ้นไปก็จะรูดลงมาเอง หรืออาจจะเย็บปิดก็ได้ถ้าต้องการ

การตัดหูสุนัข

สุนัขบางพันธุ์นิยมตัดหู เช่น บ็อกเซอร์, โดเบอร์แมน, มินิเจอร์ พินเซอร์ และเกรท เดน ซึ่งก็ควรทำการตัดหูเมื่อลูกสุนัขอายุระหว่าง 12-14 สัปดาห์ เพราะขนาดโตพอที่จะทำการผาตัดได้ง่าย ทนต่อการวางยาสลบ หลังจากตัดแล้วหมอจะต้องดามหูไว้จนกว่าหูจะตั้งตรงตามต้องการ ซึ่งกินเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ระหว่างนี้เจ้าของจะต้องคอยดูและอยู่ให้สุนัขเกาแผลจนไหมที่เย็บหลุด หรือแผลสกปรก เพราะจะทำให้รูปทรงของหูไม่เป็นไปตามต้องการ

การอาบน้ำสุนัข

สุนัขก็เหมือนคนที่จะต้องดูแลรักษาความสะอาดและตกแต่งให้ดูสวย น่ารักอยู่เสมอ เนื่องมาจากมันไม่สามารถจะทำความสะอาดและเสริมสวยให้ กับตนเองได้ ผู้เลี้ยงจึงจะต้องทำหน้าที่ สนใจในตัวของมันเสมือนหนึ่งเป็นตัวของมันเองเลยทีเดียว การอาบน้ำต้องใช้แชมพู และสบู่ควบคู่ไปด้วย ควรเลือกซื้อแชมพูหรือไม่ก็สบู่ที่ผลิตขึ้นสำหรับใช้กับสุนัขเท่านั้น อย่านำแชมพูหรือสบู่ของคนมาใช้กับสุนัขโดยเด็ดขาด เพราะผิวหนังของสุนัขบางชนิดบอบบางมาก หากอาบน้ำด้วยแชมพูหรือสบู่ของคน จะทำให้มีปัญหาเรื่องขนแห้ง หยาบ และมีสะเก็ดรังแคขึ้นบนผิวหนัง บางตัวเป็นหนักถึงอาจจะขนร่วงไปเลยก็มี ปัจจุบันแชมพูสุนัขมีให้เลือกหลายสูตร มีทั้งแบบผสมครีมในตัว ประเภททูอินวัน หรือ ทรีอินวัน ชนิดที่มีสารฆ่าเห็บ ฆ่าหมัด เยอะแยะมากมายไปหมด ก่อนซื้อควรอ่านดูฉลากข้างขวดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติอะไรบ้าง บรรจุเท่าใด หมดอายุวันไหน แล้วจึงเลือกซื้อมาใช้ให้ถูกกับลูกสุนัขของเรา

วิธีอาบน้ำให้สุนัข

อุปกรณ์ต้องเตรียม คือ แชมพูสำหรับสุนัข ผ้าเช็ดตัว อ่างน้ำ หรือสายยาง ที่ต่อจากก๊อกน้ำ เครื่องเป่าผม

ขั้นตอนการอาบน้ำให้สุนัขทำได้ดังนี้ คือ

1. จับสุนัขให้อยู่ในอ่างนิ่งๆ โดยการจับที่ปลอกคอ เป็นไปได้ควรอุดหู ทั้งสองข้าง ของสุนัขด้วยสำลีเพื่อป้องกันมิให้น้ำเข้าหู แล้วจึงค่อยเทน้ำลง บนตัวสุนัขให้ทั่วทั้งตัว

2. ใช้แชมพูสุนัขเทลงบนตัวสุนัข แล้วจึงใช้มือถูนวดแชมพูให้ทั่วใน ขณะที่มืออีกข้างหนึ่งยังจับปลอกคอสุนัขอยู่เพื่อจะให้มันอยู่นิ่งๆ

3. ล้างแชมพูที่ส่วนหัวของลูกสุนัขก่อน จากนั้นจึงล้างแชมพูที่ลำตัวให้ แล้วใช้ผ้าเช็ดให้ แห้งทั้งตัว

4. เอาสำลีที่อุดหูออก แล้วเป่าขนให้แห้ง พร้อมกับแปรงขนให้ได้รูป ทรงตามที่ต้องการ

 

การแปรงและหวีขนสุนัข

สุนัขทุกพันธุ์ต้องการแปรงขนเหมือนกัน ไม่จำเป็นว่าสุนัขตัวนั้นจะ ต้องมีขนยาวเพียงเท่านั้น การแปรงหวีขน ของสุนัขบ่อยๆ นอกจากจะ ทำ ให้ขนสวย ขนไม่พันกันแล้ว ยังจะเป็นการทำความสะอาดตัวของสุนัขได้ เพราะเวลาเราแปรงขน สิ่งสกปรกจะถูกกำจัดออกมารวมทั้งบรรดาขนเก่า ที่หลุดออกมา นอกจากนั้นผิวหนังที่ได้รับการ กระตุ้นจากการ หวีหรือแปรงก็จะขับน้ำมันมาเคลือบขนสุนัขทำให้ขนนุ่ม และเป็นเงางาม โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินไปซื้ออาหารเสริมมาให้มันกินให้สิ้นเปลืองเปล่า ๆ ควรฝึกหวี และแปรงขนสุนัขแต่เล็ก ๆ เพื่อจะได้เคยชินและยอมให้เรา เสริมสวยแต่โดยดี

1. แปรงด้วยแปรงขนอ่อน

2. ลูบไล้ด้วยฟองน้ำ

3. แปรงด้วยหวีซี่ห่าง

4. ตัดขนด้วยกรรมไกร

5. ขจัดเห็บหมัด

6. สุนัขไม่ชอบหากคุณแปรงขนย้อนทาง

เทคนิคการหวีและแปรงขนสุนัข

การแปรงขนสุนัขทุกวันจะทำให้สุนัขมีสุขภาพดี ขนเป็นเงางาม ไม่มีสิ่งสกปรกหมักหมมอยู่ ในขนสุนัข พันธุ์ขนยาว เช่น อาฟกัน ฮาวด์ ชิสุ ควรหวี ทุกวัน ส่วนสุนัขพันธุ์ขนสั้น เช่น บลูด็อก เกรดเดน แปรงขนเพียง2-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ก็พอ ส่วนสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลต้องใช้การตัดแต่งขน จะหวีให้ตรงแบบสุนัขพันธุ์อื่นไม่ได้

การหวีขนสุนัขพันธุ์ขนสั้น

อุปกรณ์ที่ใช้มีแปรงบิสเทิล แปรงหวีสลิดเกอร์ หวีตรง ขั้นตอนการหวี มีดังนี้

- ใช้หวีแปรงสลิดเกอร์หวีก่อน เพื่อจำกัดเอาขนที่พันออกไม่ให้เกิดก้อน สังกะตัง ออกแรงหวีเพียง เบาๆนุ่มๆ หวียาวๆ จากคอถึงลำตัวทำเช่นนี้ทั่วตัว

- ใช้หวีบิสเทิลแปรง เพื่อเอาขนที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากขนของสุนัขทั้งตัว

- ใช้หวีตรง หวีบริเวณที่ยาว เช่น ส่วนของหาง เท้า ขา ถ้าพบว่าขนพันกันให้ใช้กรรไกรตัดออก สุนัขจะได้ไม่เจ็บ

การหวีขนสุนัขที่สั้นเกรียน

อุปกรณ์ที่ใช้มี แปรงรับเบอร์ หนังชามัวร์ แปรงบิสเทิล

- ใช้แปรงรับเบอร์ เพื่อแปรงย้อนขนสุนัขจะทำให้ขนตาย และสะเก็ด ผิวหนัง สิ่งสกปรกหลุดออกโดยง่าย

- ใช้แปรงบิสเทิล แปรงขนตัวสุนัขอีกครั้งให้ทั่วทั้งตัว เพื่อเอาขนที่ตายและสะเก็ดออก

- เช็คขนสุนัขด้วยหนังชามัวร์ เพื่อให้ขนเป็นมันเงางาม

การหวีขนสุนัขที่ขนตรงยาว

อุปกรณ์ที่ใช้มีแปรงสลิดเกอร์ แปรงบิสเทิล หวีตรง กรรไกร

- ใช้แปรงสลิดเกอร์หวีขนก่อน เพื่อทำให้ขนที่พันกันอยู่คลายตัวออก

- ใช้แปรงบิสเทิลหวีตามอีกครั้ง เพื่อทำให้ขนมันเงา และหวีง่ายขึ้นไปอีก

- ใช้หวีตรง หวีจัดให้ขนของสุนัขตกลงไปข้างลำตัว ด้านซ้ายและด้านขวาตามแนวขน

- ใช้กรรไกรตัดแต่งบริเวณเท้าและหู เพื่อให้เป็นระเบียบเรียบร้อยดูสวยงาม

การดูแลหูสุนัข

หูมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่ง สุนัขที่มีหูปกติจะต้องมีสีชมพูเรื่อยๆ สะอาด ไม่มีกลิ่นผิดปกติ หูควรสะอาดไม่มีขี้หูมากจนเกินไป ไม่มีเห็บ หรือหมัด ไม่เป็นแผล หนอง สุนัขบางพันธุ์รวมทั้งพวกพุดเดิ้ล มักมีขนขึ้นที่บริเวณช่องหู ขนเหล่านี้จะเป็นตัวเพาะเชื้อโรค และหมักหมมส่งสกปรกทั้งหลายได้เป็นอย่างดี พวกหูยานก็เก็บสิ่ง

สกปรกต่าง ๆ ได้ง่ายจึงต้องหมั่นเอาใจใส่เช็ดถูสิ่งสกปรกในช่องหูออกให้หมด พวกหูตั้งนี้รักษาง่าย เพราะช่องหูสามารถถ่ายเทกับอากาศภายนอกได้โดยธรรมชาติ ฉะนั้นสิ่งสกปรกต่างๆ จึงไม่สามารถหมักหมมจนเกิดโรคได้มากนัก ถ้าหูสุนัขสกปรกมากก็ควรใช้สำลีหรือผ้านุ่มๆ เช็ดบริเวณใบหูและรูหูส่วนนอก ๆ เป็นประจำทางที่ดีหลังการอาบน้ำ เพราะสามารถตรวจสอบว่ามีน้ำหลงเหลือเข้าไปในรูหูหรือไม่ ถ้ามีจะได้เช็ดออกให้แห้ง เป็นการป้องกันหูอักเสบได้ด้วย แต่อย่าได้พยายามทำความสะอาดลึกเข้าไปในรูหูเป็นอันขาด บริเวณอ่อนไหวดังกล่าวควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์

 

การดูแลตาสุนัข

ตาของสุนัขที่มีสุขภาพดีจะมีแววตาแจ่มใส ไม่ขุ่นมัวหรือมีสีแดง หรือมีขี้ตา รวมทั้งน้ำตาไหลเป็นคราบอยู่เสมอก็แสดงว่าต้องมีอะไรผิดปกติเข้าตา ถ้าเป็นโรคตาอักเสบธรรมดาเพราะผงเข้าตา ก็ควรใช้น้ำยาล้างตา 4-5 หยด ใส่เพื่อให้สิ่งสกปรกออกก่อน แล้วใช้ผ้าที่สะอาดเช็ดเบา ๆ รอบ ๆ ขอบตาออกได้ ถ้าเป็นมากกว่านี้ควรจะนำไปพบสัตวแพทย์สุนัขบางพันธุ์ เช่น พวก พุดเดิ้ล มักมีรอยด่างสีน้ำตาลที่ขนใต้ตาเสมอ ที่เป็นเช่นนี้เพราะขนบริเวณนั้นเปียกแฉะเนื่องจากหยดน้ำตาของสุนัข คราบน้ำตานี้จะติดแน่นที่หัวตาย้อยลงมา การกำจัดรอยด่างนี้ทำได้โดยการหมั่นเช็ดถูให้บ่อยๆครั้งทุกวัน เพื่อให้ขนที่ติดคราบน้ำตานี้ค่อย ๆหลุดร่วงหมดไปสุนัขบางตัวตาแฉะ อาจจะเป็นเพราะขนตาขึ้นผิดปกติ แยงเข้าไปในลูกตา การรักษาอาการนี้ควรเป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์

การดูแลฟันสุนัข

โดยปกติแล้วสุนัขฟันผุได้ยากมาก แต่ที่เห็นบ่อยคือ เหงือกอักเสบ เกิดจากฟันสุนัขไม่สะอาด ขี้ฟันหมักหมมจนจับเป็นคราบสีเหลืองเกาะติดที่ผิวฟัน คือ หินปูนนั่นเอง บางทีหินปูนมีมากและลุกลามไปจนถึงเงือก ทำให้เหงือกอักเสบ มีกลิ่นปาก จนกระทั่งฟันหลุดไปในที่สุดวิธีป้องกันการจับตัวของหินปูน ควรให้สุนัขกินอาหารสำเร็จรูปที่เป็นเม็ดแห้ง หรือให้แทะกระดูกเสียบ้างเพื่อขัดฟัน แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆ ควรให้สัตวแพทย์ตรวจฟันทุกปี สุนัขบางพันธุ์ก็มีการจัดเรียงตัวของฟันที่แย่มาก มีเหงือกเป็นหนองและฟันหลุดเสมอการให้แทะกระดูกไม่อาจช่วยได้เลย พวกนี้ต้องตรวจฟัน และทำความสะอาดเสมอโดยสัตวแพทย์

การดูแลเล็บสุนัข

เล็บสุนัขจะงอกจิกลงดิน มันจะสึกไปเองโดยธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นสุนัขที่เลี้ยงบนพื้นไม้หรือพื้นซีเมนต์ มักจะพบปัญหาเล็บไม่สึก มีเล็บยาวเร็วกว่าปกติทำให้เดินไม่สะดวก และเมื่อทิ้งไว้ นาน ๆ จะทำให้นิ้วคด หรือแยกห่างออกจากกัน บางทีก็ถอนหรือฉีกแตกจนเกิดหนองได้ จะทำให้สุนัขเจ็บปวดมากเวลาเดิน ฉะนั้นจึงต้องหมั่นตรวจดูแลตัดเล็บเท้าให้สั้นอยู่เสมอการตัดเล็บสุนัขควรใช้กรรไกรสำหรับการตัดโดยเฉพาะ จะทำได้โดยง่ายและปลอดภัย ได้รอยตัดที่กลมโค้ง การตัดควรตัดที่ปลายเพียงเล็กน้อย ระวังอย่าตัดให้ถูกปลายประสาทสีชมพูในเล็บได้สุนัขที่มีเล็บดำไม่สามารถมองเห็นปลายประสาทนี้ได้ ฉะนั้นตัดเล็บจึงทำได้แค่คลิบปลายเพียงเล็กน้อย หรือตัดตรงตำแหน่งต่ำจากบริเวณที่มีเลือดมาเลี้ยงสัก 3 มิลลิเมตร การตัดเล็บควรทำทุกเดือน โดยหลังการอาบน้ำ เพราะเล็บที่เปียกน้ำจะอ่อนตัดง่ายกว่าธรรมดา 

ความรู้ก่อนหัดเลื้ยงสุนัข


ก่อนเลี้ยงลูกสุนัขหน้าตาน่ารักๆ ควรหาความรู้เบื้องต้น

1.คุณคือใครในสายตาหมา
ท่านเจ้าของทั้งหลายมักให้ความเอ็นดูเจ้าของสุนัขตัวโปรดไม่ว่าจะด้วยการลูบ การกอด การอุ้ม หรือใช้คำพูดที่เข้าใจง่ายๆ เสมือนว่าพวกเขาคือเด็กอายุสัก 3-4 ขวบ ซึ่งพวกเขาก็คิดเช่นเดียวกับคุณ แต่ไม่ใช่เห็นคุณเป็นเด็กตัวเล็กๆ พวกเขามองว่าคุณคือสุนัขตัวโต และพวกเขาก็จะคอยมองพฤติกรรมของคุณอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากให้พวกเขามีความประพฤติที่ดีถูกใจคุณๆ ละก็คุณต้องทำให้พวกเขาเห็นว่าคุณคือ “ยอดสุนัข” สำหรับพวกเขา นั่นก็คือคุณต้องเอาใจใส่ด้วยความรัก และคอยฝึกคอยหัดให้เขาปฏิบัติตามคำสั่ง เท่านี้คุณก็จะเป็นฮีโร่ของพวกเขาล่ะ



2.ใครบอกว่าหมากินหญ้าต้องไม่สบาย
หากในวันใดที่สุนัขของคุณเกิดเขมือบหญ้าข้างทางเข้าสิ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิดก็คงไม่พ้นว่าสุนัขต้องไม่สบายแน่ การกินหญ้าของสุนัขนั้นไม่ใช่เรื่องน่าวิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาขนาดตัวเราเองยังอยากทานโน่นทานนี่ สุนัขของคุณก็เช่นกัน มีบ้างที่พวกเขาจะอยากกินเมนูพิเศษ แตกต่างจากที่เคยกินๆอยู่ ซึ่งก็มิได้เป็นพิเศษแต่อย่างใดแม้ว่าสุนัขของคุณจะขืนกินหญ้าเข้าไปจนมีอาการคนแพ้ท้อง แต่ทั้งนี้คุณๆต้องมั่นใจด้วยว่าเจ้าหญ้าเหล่านั้นไม่ได้ถูกบำรุงด้วยปุ๋ยหรือระวังรักษาด้วยยาฆ่าแมลง ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณก็มีหน้าที่จะต้องพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์แน่นอน

สุนัขกินหญ้าไม่ใช่เรื่องน่าวิตกแต่อย่างใด



3.พยาธิหัวใจตาย 100%
การเลี้ยงสุนัขไว้นอกตัวบ้านโดยมิได้มีการกางมุ้งให้นั้น พวกเขาก็ต้องถูกยุงกัดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งพวกยุงเหล่านี้แหละที่เป็นพาหะชั้นดีในการนำโรคพยาธิหัวใจมาสู่สุนัขของคุณได้ โรคนี้เป็นที่รู้กันดีในหมู่ผู้นิยมสุนัขว่าเป็นอันตรายอย่างมากสำหรับสุนัข ถ้าเป็นแล้วก็โอกาสรอดยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถป้องกันได้ ในทางกลับกันโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการกินยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำทุกๆเดือน

วงจรของพยาธิหนอนหัวใจ ป้องกันได้ด้วยการกินยาเป็นประจำ



4.หูหมาสำคัญฉไน
ในการรักษาทำความสะอาดนั้นไม่ใช่แต่เพียงแค่อาบน้ำแล้วถือว่าเสร็จกัน ในส่วนของหูนั้นเมื่ออาบน้ำแล้วท่านเจ้าของต้องไม่ลืมที่จะเช็ดให้แห้งด้วย นอกจากนี้ในวันอื่นๆ ก็ควรหมั่นสังเกตดูด้วยว่าหูของสุนัขมีกลิ่นรุนแรงขนาดไหน มีขี้หูไหลทะลักออกมาหรือไม่
ถ้าพบว่ามีขี้หูมากจนผิดปกติหรือมีกลิ่นเหม็นมากควรปรึกษาสัตวแพทย์ได้แล้ว เพราะแสดงว่าพวกเขากำลังมีปัญหาต้องการความช่วยเหลือ ยิ่งถ้ามีอาการอื่นๆเสริมอีกเช่น มีการสะบัดหัว โยกหัว หรือเอาหูถูพื้น อย่างนี้ถือว่าเข้าขั้นโคม่าก็ว่าได้


ปัญหาสำหรับสุนัขพันธุ์หูยาวส่วนใหญ่ ต้องระวังและดูแลเป็นพิเศษ



5.ฝึกหมาอย่างไรให้ได้ผล
หลายท่านอาจเคยประสบปัญหาจากการที่ต้องการจะฝึกให้ปฏิบัติตามคำสั่ง บางครั้งกลายเป็นว่าท่านเจ้าของต้องขอร้องให้เจ้าตัวแสบทำ หรือ ไม่ก็ลงไม้ลงมือกันก็มี ทำให้เกิดความปราถนาที่จะฝึกกันทั้งคนทั้งสุนัข
ในการฝึกนั้นไม่ใช่แต่เฉพาะสุนัขเท่านั้นที่จะต้องตั้งใจและมีสมาธิความอดทนที่จะฝึก ผู้ฝึกก็เช่นกัน จะต้องอดทนและต้องขยันที่จะทำการฝึกอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการฝึกในแต่ละครั้งจะต้องเป็นระยะเวลาที่สั้นๆ แต่มีการฝึกบ่อยๆ ใช้คำสั่งสั้นกระทัดรัด และท่าทีในแต่ละคำสั่งควรแตกต่างกันออกไป ช่วงแรกต้องเป็นผู้จับท่าทางต่างๆ เช่นเมื่อสั่งให้หมอบก็ให้จับเขากดหมอบลงพร้อมทั้งพูดว่า “หมอบ” ทำเช่นนี้ซ้ำๆกันสัก 3 ครั้ง แล้วตามด้วยรางวัล อย่าใช้เวลานาน เพราะสุนัขจะรู้สึกเบื่อ ให้ทิ้งเวลาไว้สักพักแล้วค่อยฝึกใหม่ ที่สำคัญเจ้าของอย่าเพิ่งใจร้อนฝึกทีละหลายๆคำสั่ง เพราะจะทำให้สุนัขของท่านจดจำไม่ได้สักคำสั่ง


การเลี้ยงสุนัขต้องมีการฝึกสุนัขเพื่อเป็นระเบียบวินัย



6.กลิ่นนี้ใครบ้างอยากได้
ในการดูแลฟันสุนัขขั้นควรทำการแปรงฟันให้สุนัขอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง แต่ถ้าสุนัขของท่านไม่อนุญาตให้ท่านเอาแปรงเข้าไปในปาก ก็อาจใช้วิธีล้างปากแทนก็ได้ ข้อสำคัญในการแปรงฟันให้กับสุนัขคืออย่าใช้ยาสีฟันของท่านเด็ดขาด เพราะนอกจากรสชาดจะไม่ถูกปากแล้วยังเป็นอันตรายกับสุนัขด้วย แต่ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้แปรงเปล่าๆก็ได้ และควรฝึกให้สุนัขเคยชินกับการแปรงฟันตั้งแต่ยังเล็ก สิ่งที่ควรสังเกตอีกอย่างคิอสุนัขของท่านปากเหม็นเพราะหินปูนมากหรือเปล่า ถ้าใช่ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ หรือ ให้สุนัขแทะกระดูกหมูต้มเป็นประจำ จะเป็นการทำความสะอาดในช่องปากของสุนัข อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

7.รอยเขี้ยวแห่งความรัก
สุนัขที่บ้านของท่านอาจมีหน้าตาคล้ายสุนัขตัวอื่นๆ และในกรณีที่ลูกหลานของท่านอาจแยกไม่ได้ ขอแนะนำว่าควรบอกกับเด็กๆว่าไม่ให้เล่นกับสุนัขด้วยการหอมแก้ม เพราะหากเด็กของท่านเกิดอาการหน้ามืดจำผิดตัวหอมลงไป ลูกหลานของท่านอาจได้รับฝากรอยเขี้ยวไว้ก็ได้

สุนัขพันธุ์เดียวกันหน้าตามีส่วนเหมือนกันเป็นอย่างมาก เวลาเข้าหาสุนัขแปลกหน้าควรระวังไว้ก่อน



8.ขอกำลังใจผมเถอะครับ
คนส่วนใหญ่มักทำในทางตรงข้ามกันเช่นในเหตุการณ์ที่ฝนฟ้าคะนอง ฟ้าแลบฟ้าผ่า คุณเองยังไม่กล้ายืนในที่ๆไม่มีกำบัง สุนัขของคุณก็เช่นกัน อาจจะเข้าไปหลบตามซอกใต้โต๊ะ ใต้เตียง หรือ วิ่งพล่านไปทั่วบ้าน คนส่วนมากจะพยายามลากมันออกจากแหล่งซ่อนบ้าง จับมาล่ามโซ่บ้าง ซึ่งจริงๆแล้วสิ่งที่สุนัขต้องการมากที่สุดคือ “กำลังใจ” เมื่อสุนัขคุณอยากแอบก็ปล่อยเค้าไปเถอะ โดยคุณอาจช่วยได้ด้วยการหาสิ่งของหรือเสื้อผ้าที่มีกลิ่นของคุณติดอยู่ส่งให้สุนัขไป อาการหวาดกลัวจะลดลง กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่ท่านจะต้องให้กับสัตว์เลี้ยงในยามที่พวกเค้ารู้สึกไม่ปลอดภัย


สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับสุนัขส่วนใหญ่คือเสียงฟ้าผ่า เสียงพลุ ประทัด
ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นสุนัขจะตื่นตกใจควรให้กำลังใจเค้าเยอะๆ





9.สุนัขเรียกร้องความสนใจทำอย่างไรดี
ในบางครั้งสุนัขอาจทำอาการบางอย่างให้ไม่พอใจ เช่น กัดชายกระโปรง ดึงขากางเกง แอบงับขา นั่นแสดงว่าพวกเค้ากำลังเรียกร้องความสนใจจากท่านและต้องการความอบอุ่นอยากให้ท่านเอาใจใส่ วิธีที่ดีที่สุดที่คุรๆควรทำคือการอุ้มเค้าขึ้นมากอดในกรณีที่เป็นสุนัขตัวเล็ก แต่ถ้าเป็นสุนัขตัวใหญ่ๆ ก็อาจแค่ลูบหัวตบไหล่หรือเล่นกับมันบ้าง เมื่อทำแล้วก็ลองสังเกตดูว่าพฤติกรรมที่แสดงออกยังก้าวร้าวอยู่หรือไม่ ในสุนัขแต่ละตัวอาจต้องใช้เวลาไม่เท่ากัน ในตัวที่คิดมากใช้เวลานานหน่อยแต่เมื่อได้รับความเอาใจใส่จากเจ้าของอาการต่างๆก็จะหายไปเอง

10.ฆ่าเท่าไรก็ไม่หมด
การเก็บเห็บที่ถูกต้องจะต้องค่อยๆจับออก โดยการบีบตัวเห็บเบาๆ และต้องมั่นใจว่าเห็บตัวนั้นคลายปากที่กัดไว้ที่หนังสุนัขแล้ว มิฉะนั้นสุนัขท่านจะเสียเลือดโดยไม่จำเป็น ที่สำคัญอย่าบี้เห็บด้วยความเครียดแค้น เพราะจะเป็นการแพร่กระจายไข่ของเห็บได้ ขอแนะนำให้ใช้ยาหยอดหลังฆ่าเห็บเป็นประจำ จะช่วยให้ท่านหมดปัญหาเรื่อง เห็บ หมัดไปตลอดกาล

11.อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจหมากระดิกหาง
การกระดิกหางของสุนัข บางตัวกระดิกเล่นไม่รู้ว่าจะทำอะไร และที่น่ากลัวคือสุนัขบางตัวกระดิกหางเพื่อเตรียมตัวจะกัดคุณ เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว สุนัขตัวไหนที่คุณไม่คุ้นอย่าบุ่มบ่ามเห็นว่ากระดิกหางแล้วเป็นอันใช้ได้ ขอให้พิจารณาดูสีหน้าแววตา มิฉะนั้นอันตรายอาจมาถึงคุณโดยไม่รู้ตัว

12.จะจูงสุนัขอย่างไรดี
ในการจูงสุนัขนั้นขอแนะนำให้คุณๆจูงเจ้าตัวยุ่งไว้ทางด้านซ้ายของคุณ โดยจูงชิดปลอกคอมากที่สุด แต่ในกรณีของพุดเดิ้ลก็ไม่ต้องถึงขนาดคลานสูงคลานต่ำเพื่อให้ชิดปลอกคอ การจูงเช่นนี้เพื่อให้เราสามารถบังคับทิศทางการเดินได้ดี ทั้งยังช่วยป้องกันในกรณีสุนัขเกิดอาการตกใจกระชากโซ่หลุดมือไป

13.เวลาที่คุณให้กับสุนัขสำคัยไฉน
เวลาที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีให้กับสัตว์เลี้ยงของท่านนั้น เป็นตัวช่วยให้มีการพัฒนาทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายของสัตว์เอง ในแต่ละวันคุณอาจหาเวลา 10-20นาที เพื่อเล่นกับสุนัขของท่าน และจะทำให้สุนัขไม่โหดร้ายและดื้อรั้น สุขภาพจิตดีด้วย และการที่เราได้เห็นสิ่งผิดปกติที่ผิวหนังของสุนัขและพาไปพบสัตวแพทย์รักษาทันท่วงทีด้วย

14.การสางขนถือเป็นเรื่องจำเป็น
การสางขนสุนัขถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการสางขนสุนัขเป็นการช่วยให้สุขภาพของผิวหนังและขนเงางามขจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดออกมา ทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลใหม่ขึ้นมาอีกด้วย และอย่าลืมว่าการหวีขนทุกครั้งอย่าย้อนขนเท่านี้สุนัขของคุณก็จะมีขนเงางาม

15.มุมส่วนตั๊ว...ส่วนตัว
ในยามที่คุณเจ้าของไม่อยู่บ้าน สุนัขของคุณจะหาสถานที่ที่เป็นมุมสงบส่วนตัวนอนเล่น ซึ่งเขาอาจจะคิดถึงเจ้าของนั่นเอง ฉะนั้นคุณมีสถานที่พอ ก็ควรจัดให้มีสนามไว้วิ่งเล่นเป็นมุมส่วนตัวเจ้าตูบ จะได้ไม่ทำให้เค้าแอบออกไปนอกบ้าน ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้

16.หนทางกลับสู่บ้านอย่างปลอดภัย
ในกรณีที่สุนัขของคุณออกไปนอกบ้านโดยไม่ตั้งใจ และเกิดหลงทางกลับบ้าน สิ่งที่ช่วยนำสุนัขกลับบ้านได้ก็คือ “ป้ายชื่อ” สุนัขของคุณควรจะมีป้ายห้อยคอที่มีชื่อสุนัขพร้อมทั้งที่อยู่เบอร์โทร นั่นจะทำให้ผู้พบเห็นสามารถติดต่อคุณมารับกลับได้

17.ฝึกสุนัขเข้าห้องน้ำ
เมื่อคุณได้สุนัขใหม่ หากไม่ฝึกไม่จัดระเบียบการขับถ่ายแล้วอาจทำให้เลอะเทอะบริเวณบ้านคุณได้ ฉะนั้นเมื่อคุณพาสุนัขลงบ้านแล้วให้พาไปที่ ที่คุณจัดเตรียมไว้ จากนั้นก็ฝึกให้ถ่ายเป็นเวลาโดยอาจเป็นช่วงเวลาหลังอาหารและตื่นนอนตอนเช้า อาจเป็นการปูหนังสือพิมพ์เพื่อให้ถ่ายบนหนังสือพิมพ์ก็ได้ เพื่อเวลาไปไหนข้างนอกเมื่อปูหนังสือพิมพ์แสดงว่าให้ถ่ายตรงนี้เป็นการฝึกหากสุนัขแอบถ่ายที่อื่นก็ให้สุนัขมาดมแล้วดุว่า “ห้ามทำอย่างนี้อีก” และแสดงอาการให้เค้ารู้ว่าทำผิด เท่านี้สุนัขของคุณก็จะถ่ายเป็นที่เป็นเวลา

เรื่องที่เป็นปัญหามากที่สุดระหว่างเพื่อนบ้าน ก็คือ การถ่ายไม่เป็นที่เป็นทางและไปถ่ายเรี่ยราดหน้าบ้านคนอื่น



18.เห่า...เหลือเกิน
การที่สุนัขเห่าอย่างไม่มีเหตุผลมากเกินไป สั่งให้หยุดก็ไม่หยุด นั่นแสดงว่าสุนัขแสดงความก้าวร้าวอาจเป็นเพราะสุนัขตั้วนั้นถูกแยกออกมาขังต่างหากอยู่บ่อยๆ ไม่ค่อยได้วิ่งเล่น เจ้าของอาจแก้ไขด้วยการปราม และเอาใจใส่ปล่อยให้เค้าได้วิ่งเล่นบ้าง เพราะการเห่ามากๆเป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจเท่านั้น

19.อยากให้สุนัขจำเราได้เร็วๆทำอย่างไรดี
ในกรณีที่ท่านเพิ่งนำสุนัขเข้ามาในบ้านใหม่ๆ และอาจต้องการให้สุนัขจำและรักท่านมากๆท่านอาจจะต้องเป็นผู้ให้อาหารด้วยตัวเองรวมทั้งเอาใจใส่เค้ามากๆ สุนัขก็จะรักและจำท่านได้แม่นยำแน่นอน

20.สุนัขเกาเพราะคันเท่านั้นหรือ
การที่สุนัขเกาอาจไม่ใช่เพราะคันเสมอไป ควรตรวจดูว่าสุนัขเป็นโรคผิวหนังหรือไม่ สบู่หรือแชมพูที่ใช้ ทำให้แพ้หรือเปล่า มีเห็บหรือหมัดหรือเปล่า เพราะหากไม่ช่วยดูสุนัขอาจเกาจนผิวหนังบริเวณที่เกาเป็นแผล หรือบางครั้งสุนัขของท่านอาจมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องให้เจ้าของเอาใจใส่ คุณสามารถแก้ไขได้โดยการเบนความสนใจขณะที่สุนัขเกา เช่นอาจโยนลูกบอลให้สุนัขสนใจมากกว่าการเกาตนเอง

21.คุณพร้อมแค่ไหนกับการมีสุนัขสักตัว
การที่คุณจะเลี้ยงสุนัขสักตัว ไม่ใช่แค่จัดเตรียมอุปกรณ์และสถานที่ให้พร้อมเท่านั้น คุณต้องศึกษาลักษณะนิสัยและการเลี้ยงสุนัขของแต่ละพันธุ์ และไม่ปล่อยปละละเลยมัน ซึ่งอาจทำให้เป็นปัญหาสังคมตามมาอีก เพราะสุนัขก็มีความคิดความรู้สึกและรู้จักรักทั้งยังให้ความซื่อสัตย์จงรักภักดี ซึ่งคุณอาจหาไม่ได้จากคนด้วยกันเอง


คุณพร้อมแล้วจริงหรือ!? ที่จะดูแลและรับผิดชอบชีวิตอื่นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชีวิต

ฝึกสุนัข.com

ตู้ยาสามัญประจำบ้านของสุนัข

 

สมัยนี้เกือบทุกบ้านมักจะมีสัตว์เลี้ยงอยู่ที่บ้าน โดยเฉพาะสุนัข ที่นับว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ ( The man best friend) บางบ้านมีเพียง 1-2 ตัว บางบ้านมีเป็นสิบ การมีตู้ยาประจำบ้านเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องนึกถึง ถ้าหากเจ้าตัวน้อยของเราเกิดป่วย หรือได้รับอุบัติเหตุตอนดึก ๆ เราคงต้องขับรถตระเวนหาโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิด 24 ชั่วโมง ที่มีอยู่ไม่ถึง 10 แห่ง กว่าจะปลุกหมอมาตรวจพอดีเช้าเสียก่อน ถ้าอย่างนั้นเรามาลองตระเตรียมตู้ยาประจำบ้านสำหรับสุนัขกันบ้าง ซึ่งรายการของที่ต้องเตรียมก็หาไม่ยาก ดังต่อไปนี้

1. เกลือป่น (เกลือแกง)
ใช้ป้อนที่โคนลิ้น เพื่อกระตุ้นให้อาเจียร ใช้ในกรณีที่หมาได้รับสารพิษ หรือกินสัตว์พิษ ถ้าไม่มีใช้น้ำมันพืชหรือไข่ขาวเพื่อให้อาเจียนก็ได้เหมือนกัน

2. เกลือแร่ผงชนิดละลายน้ำ (ORS)
ใช้ปฐมพยาบาลในกรณีท้องเสียหรือถ่ายท้อง กรณีฉุกเฉินไม่สามารถหาน้ำเกลือแร่ได้ น้ำแดงผสมน้ำสามารถให้แทนสารเกลือแร่ได้ เวลาน้องหมาช๊อค หรือ อ้วก จะช่วยให้น้องหมาสดชื่นได้

3. ปรอทวัดไข้ ชนิดสวนทวาร
วัดอุณหภูมิของสัตว์ทางทวาร สุนัขมีอุณหภูมิปกติ 102 F หากสุนัขช็อคหรืออุณหภูมิตก ต้องใช้กระเป๋าน้ำร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ หรือ มีไข้ อาจต้องให้ยาลดไข้

4. น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline Solution)
เป็นน้ำที่มีความเข้มข้นเท่าน้ำในร่างกาย ราคาประมาณ 20-40 บาท ใช้ล้างแผลให้สะอาดโดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างถูกทำลาย

5. แอลกอฮอล์
ใช้ฆ่าเชื้อโรค ต่อจากน้ำเกลือล้างแผล

6. ทิงเจอร์ไอโอดีน หรือ เบตาดีน
ใช้ฆ่าเชื้อโรค และยังกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ

7. สำลี และผ้ากอซ
ใช้ซับและปิดแผล

8. น้ำยาเช็ดหู
ใช้ทำความสะอาดใบหู และช่องหู

9. ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล , ไอโปรบูเฟน , บูเฟน
ต้องระมัดระวังเพราะ แมว แพ้ พาราเซตามอลอย่างรุนแรง ส่วน ไอโปรบูเฟน หรือ บูเฟน ค่อนข้างปลอดภัยมาก ขนาดที่ใช้คือ 200 mg หรือ จะใช้แบบน้ำเชื่อมก็ได้

10. ยาปฏิชีวนะ (วงกว้าง)
แอมพิซิลิน 250 mg ค่อนข้างออกฤทธิ์ได้ดีในโรคทางเดินหายใจ ออกซีเตตร้าซัยคลิน 250 mg ใช้ดีกับบาดแผลทั่วไป ส่วนยาปฏิชีวนะอื่น ๆ ควรปรึกษาสัตวแพทย์

11. น้ำยาฆ่าเชื้อโรค
ใช้ผสมน้ำฆ่าเชื้อโรคตามพื้น หรือสิ่งรองนอน หรือล้างมือหากมีโรคระบาด เช่นลำไส้อักเสบติดต่อ , ไข้หัดสุนัข

สมัยนี้เกือบทุกบ้านมักจะมีสัตว์เลี้ยงอยู่ที่บ้าน โดยเฉพาะสุนัข ที่นับว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ ( The man best friend) บางบ้านมีเพียง 1-2 ตัว บางบ้านมีเป็นสิบ การมีตู้ยาประจำบ้านเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องนึกถึง ถ้าหากเจ้าตัวน้อยของเราเกิดป่วย หรือได้รับอุบัติเหตุตอนดึก ๆ เราคงต้องขับรถตระเวนหาโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิด 24 ชั่วโมง ที่มีอยู่ไม่ถึง 10 แห่ง กว่าจะปลุกหมอมาตรวจพอดีเช้าเสียก่อน ถ้าอย่างนั้นเรามาลองตระเตรียมตู้ยาประจำบ้านสำหรับสุนัขกันบ้าง ซึ่งรายการของที่ต้องเตรียมก็หาไม่ยาก ดังต่อไปนี้

1. เกลือป่น (เกลือแกง)
ใช้ป้อนที่โคนลิ้น เพื่อกระตุ้นให้อาเจียร ใช้ในกรณีที่หมาได้รับสารพิษ หรือกินสัตว์พิษ ถ้าไม่มีใช้น้ำมันพืชหรือไข่ขาวเพื่อให้อาเจียนก็ได้เหมือนกัน

2. เกลือแร่ผงชนิดละลายน้ำ (ORS)
ใช้ปฐมพยาบาลในกรณีท้องเสียหรือถ่ายท้อง กรณีฉุกเฉินไม่สามารถหาน้ำเกลือแร่ได้ น้ำแดงผสมน้ำสามารถให้แทนสารเกลือแร่ได้ เวลาน้องหมาช๊อค หรือ อ้วก จะช่วยให้น้องหมาสดชื่นได้

3. ปรอทวัดไข้ ชนิดสวนทวาร
วัดอุณหภูมิของสัตว์ทางทวาร สุนัขมีอุณหภูมิปกติ 102 F หากสุนัขช็อคหรืออุณหภูมิตก ต้องใช้กระเป๋าน้ำร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ หรือ มีไข้ อาจต้องให้ยาลดไข้

4. น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline Solution)
เป็นน้ำที่มีความเข้มข้นเท่าน้ำในร่างกาย ราคาประมาณ 20-40 บาท ใช้ล้างแผลให้สะอาดโดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างถูกทำลาย

5. แอลกอฮอล์
ใช้ฆ่าเชื้อโรค ต่อจากน้ำเกลือล้างแผล

6. ทิงเจอร์ไอโอดีน หรือ เบตาดีน
ใช้ฆ่าเชื้อโรค และยังกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ

7. สำลี และผ้ากอซ
ใช้ซับและปิดแผล

8. น้ำยาเช็ดหู
ใช้ทำความสะอาดใบหู และช่องหู

9. ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล , ไอโปรบูเฟน , บูเฟน
ต้องระมัดระวังเพราะ แมว แพ้ พาราเซตามอลอย่างรุนแรง ส่วน ไอโปรบูเฟน หรือ บูเฟน ค่อนข้างปลอดภัยมาก ขนาดที่ใช้คือ 200 mg หรือ จะใช้แบบน้ำเชื่อมก็ได้

10. ยาปฏิชีวนะ (วงกว้าง)
แอมพิซิลิน 250 mg ค่อนข้างออกฤทธิ์ได้ดีในโรคทางเดินหายใจ ออกซีเตตร้าซัยคลิน 250 mg ใช้ดีกับบาดแผลทั่วไป ส่วนยาปฏิชีวนะอื่น ๆ ควรปรึกษาสัตวแพทย์

11. น้ำยาฆ่าเชื้อโรค
ใช้ผสมน้ำฆ่าเชื้อโรคตามพื้น หรือสิ่งรองนอน หรือล้างมือหากมีโรคระบาด เช่นลำไส้อักเสบติดต่อ , ไข้หัดสุนัข

พฤติกรรมสุนัข

 

อารมณ์ร้ายของสุนัข

อารมณ์ร้าย เป็นโรคไวรัสติดต่อของสุนัขในบางประเทศ รวมถึงสัตว์ชนิดอื่น ๆ เช่น ferrets, skunks, และแรคคูน

การแพร่กระจายของโรคเป็นอย่างไร

ไวรัสจะถูกกระจายเป็นหลัก โดยการสัมผัสโดยตรงกับสุนัขอ่อนแอ จากสุนัขที่เป็นโรคไอ จะสามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสที่ระยะใกล้ได้

 

เช่นเดียวกับการติดเชื้อหลายอื่นๆ อาการหลักจะมีไข้ มีความกระหาย, พบขี้ัมูกและขี้ตา, ไอและอาจเกิดอาการชักได้

 

โรคอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการเดียวกันนี้หรือไม่

มีหลายโรคที่ก่อให้เกิดการไอ, มีไข้, มีความกระหายหรือมีอาการชัก แต่อาการพวกนี้จะไม่พบในสุนัขอารมณ์ร้าย ซึ่งสามารถตรวจเลือดสำหรับการยืนยันได้

 

การรักษาทำอย่างไร

เช่นเดียวกับการติดเชื้อไวรัสส่วนใหญ่ จะใช้ยาฆ่าไวรัส มีการใช้ยาแก้อักเสบสำหรับการติดเชื้อแบคทีเรีย, ระงับอาการไอ และเพื่อควบคุมอาการชัก

ฉันจะป้องกันไม่ให้สุนัขของฉันติดเชื้อได้อย่างไร

วัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากสามารถใช้ได้เพื่อป้องกันสุนัขกับอารมณ์ร้ายของสุนัข มักจะให้กับลูกสุนัข, สุนัขเป็นหนุ่ม 5 สัปดาห์ โดยการฉีด revaccination เป็นประจำตามคำแนะนำ

อาการทั่วไปอารมณ์ร้ายคืออะไร?

อารมณ์ร้ายเป็นโรคทั่วโลก การรับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพจะช่วยในการลดอัตราการเกิดของมัน สุนัขจรจัดสามารถเป็นแหล่งของเชื้อไวรัส รวมถึง skunks, ferrets, และแรคคูน

 

 

 

อาการเมารถในสุนัข หมา

สุนัขเมารถ

สำหรับสัตว์เลี้ยงการขับ เคลื่อนของรถทำให้มันมีความทุกข์ได้ โดยประกอบด้วยความกลัวและความไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นของมัน ทำให้มันเกิดอาการกระวนกระวาย และอาเจียนบ้าง ในมนุษย์การเมารถหรือโรคที่เกิดจากการเคลื่อนที่เป็นผลจากการมีความผิดปกติ ในหูชั้นใน สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการนี้มียา Dramamine ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์ในการใช้

ใน สัตว์เลี้ยงการเมารถส่วนใหญ่มาจากความกลัว เสียงของรถ การเคลื่อนที่ของรถ ฯลฯ ถ้าสัตว์เลี้ยงของคุณต้องไปที่ต่างๆโดยใช้รถ นี่เป็นวิธีที่คุณจะช่วยให้มันชนะความกลัวการขับเคลื่อนของรถ 

1. ทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมในรถ นำมันไว้ในรถแล้วเริ่มรักษาโดยคุยกับมัน ทำให้มันมีความสุข โดยไม่มีการขับเคลื่อนของรถ ทำให้มันรับประสบการณ์ที่ดี โดยปฏิบัติเช่นนี้บ่อยครั้งในโอกาสต่างๆ เมื่อคุณต้องการเลี้ยงมันในรถคุณต้องพยายามเลี้ยงและให้มันคุ้นกับรถ 

2. ทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณคุ้นเคยกับรถขณะติดเครื่อง ทำขั้นที่ 1 ซ้ำแล้วติดเครื่องยนต์เท่านั้น ถ้ามันแสดงอาการวิตกจงทำให้มันแน่ใจว่าทุกสิ่งเรียบร้อยดี ให้เวลากับมันและทำให้มันผ่อนคลายการจบการปฏิบัติในขั้นนี้

3. ทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณคุ้นเคยกับการขับเคลื่อนของรถ เมื่อมันคุ้นกับการติดเครื่องยนต์โดยปราศจากความกลัว ให้ถอยรถไปด้านหลัง และขับมาด้านหน้าของโรงรถ แล้วปฏิบัติต่อมันโดยการชมเชย สิ่งที่คุณทำนี้ทำให้มันมั่นใจว่ารถไม่เป็นปัญหาสำหรับมัน ความจริงสำหรับมันในรถคือที่รักษาพยาบาลมันนั่นเอง 

4. เป็นเวลาที่จะเดินทางสั้นๆ รักษาและชมเชยก่อนและหลัง ทำให้มันแน่ใจว่าการขับเคลื่อนรถเป็นของจำเป็น ให้เพิ่มระยะทางในการเดินทาง จนกระทั่งมันสงบและไม่แสดงอาการใดๆเมื่ออยู่ในรถ สัตว์บางตัวต้องการบางสิ่งเพื่อสงบมัน มีผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการสั่งจ่ายจากแพทย์ เช่น Serene-um , Pet Calm และ Rescue Remedy ในบางรายนั้นได้รับการจ่ายยาจากแพทย์


สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนในการเดินทางที่ดีเพราะฉะนั้นควรฝึกมันให้ดี

การมองเห็นของสุนัข

เรายังสรุปไม่ได้ว่าสมองของสุนัข จะแปลความหมายสิ่งที่ มองเห็นว่าเป็น อย่างไร ต้องมีการศึกษาเรื่องนี้โดยนักพฤติกรรมสุนัข มีงานวิจัยที่น่าสนใจทำการศึกษาโดย Neitz, Geist and Jacobs ใช้วิธีการนำแผนสี่เหลี่ยมที่มี 3 สี วางไว้หน้าสุนัข ฝึกให้สุนัขหยิบสีที่แตกต่าง เพื่อผู้วิจัยจะได้เดาได้ว่าสีอะไรที่สุนัขมองเห็น คำถามก็คือสุนัขหยิบแผ่นสีจากความแตกต่างของสี ไม่ใช่ความแตกต่างของแสง จากการศึกษานี้ได้กล่าวว่า 
สุนัขมองเห็นได้คล้ายคนตาบอดสี ซึ่งไม่สามารถแยกสีแดงและสีเขียวออกจากกันได้ นอกจากนั้นโลกของสุนัขจะประกอบด้วยสี เหลือง น้ำเงิน และเทา โดยเมื่อคนเราเห็นสีแดงสุนัขจะเห็นเป็นสีเหลือง เราเห็นสีเขียวสุนัขจะเห็นสีขาวออกเทาๆ บริเวณสีขาวซึ่งเรียกว่า จุดไม่มีสี เกิดขึ้นที่บริเวณ 480 nm ของแถบสีที่มองเห็น (visual spectrum) ตามปกติที่จุด 480 nm จะปรากฎอยู่ในช่วงน้ำเงินแกมเขียว ทุกความยาวคลื่นแสงที่ยาวกว่าจุดไม่มีสีสุนัขจะไม่สามารถแยกความแตกต่างได้ และจะมองเห็นเป็นสีเหลือง

ความรู้สึกและสัญชาตญาณของสุนัข

สุนัขแต่ละตัวและแต่ละสายพันธุ์ มีสัญชาตญาณของตนเอง นับตั้งแต่เริ่มกระบวนการเปลี่ยนแปลง จากสุนัขป่ามาเป็นสุนัขเลี้ยง ได้มีการคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์สุนัขสืบ ทอดกันมามากกว่า 4,000 ชั่วอายุ ทำให้ลักษณะร่างกายของสุนัขหลายสายพันธุ์ เปลี่ยนแปลงไปจากบรรพบุรุษของพวกมันอย่างมาก แต่สุนัขแต่ละสายพันธุ์ยังคงรักษาลักษณะพฤติกรรมของสุนัขป่าที่มันเคยเป็น ไว้ได้ไม่มากก็น้อย ทั้งสุนัขป่าและสุนัขเลี้ยงมีวิธีสื่อสารโดยการเห่า การใช้ภาษากาย และสัญชาตญาณในการรวมกลุ่ม

ลักษณะทั่วไปและการล่าเหยื่อของสุนัข

 

ลักษณะทั่วไปและการล่าเหยื่อของสุนัข PDF พิมพ์ อีเมล
เนื้อหาและข่าวสารเกี่ยวกับสัตว์เีลี้ยง - พฤติกรรมสุนัข
Tags ล่าเหยื่อ - พันธุ์สุนัข - สุนัขล่าเนื้อ - สุนัขเล่นกีฬา - สุนัขเทอร์เรีย - สุนัขทำงาน - สุนัขตุ๊กตา - สุนัขอเนกประสงค์

ลักษณะทั่วไปและการล่าเหยื่อของสุนัข

สุนัขเป็นสัตว์ที่มีหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีลักษณะทั่วไปและลักษณะเฉพาะที่ต่างกันออกไป แต่ลักษณะโดยรวมของสุนัขทั่ว ๆ ไปแล้ว สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ออกลูกเป็นตัว มีขนสั้นหรือยาวแตกต่างไปตามสายพันธุ์ บางตัวอาจมีขนสีดำ สีขาว สีน้ำตาล สีส้ม หรือบางตัวอาจมีหลายสีปะปนกัน ขนาดของหูจะสั้นหรือยาวก็แตกต่างไปตามสายพันธุ์เช่นกัน สุนัขสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

 

สุนัขล่าเนื้อ

สุนัขล่าเนื้อ (Hounds) สุนัขในกลุ่มนี้มีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ ดีมาก สรีระร่างกายแข็งแรง ทำให้สุนัขล่าเนื้อเป็นสุนัขรุ่นแรกๆ ที่ถูกมนุษย์นำมาใช้ล่าสัตว์ สุนัขล่าเนื้อนั้น อาจแบ่งย่อยได้อีก 2 กลุ่ม คือ

  • กลุ่มสายตาดี เช่น สุนัขพันธุ์ เกรย์ฮาว์น อัฟกัน และ สะลูกี้ สุนัขพวกนี้จะมีความว่องไว วิ่งได้รวดเร็ว และมีสายตาดี สุนัขกลุ่มนี้จะมีรูปร่างสูง และช่วงขายาว
  • กลุ่มประสาทการรับกลิ่นดี เช่น บัสเสทฮาว์น ดัชชุน บีเกิ้ล ฯลฯ สุนัขประเภทนี้จะมีขาสั้นแต่ร่างกายแข็งแรง หัวใหญ่ หูแผ่กว้างใหญ่ และมีประสาทสัมผัสการรับกลิ่นที่ดีกว่ามนุษย์ถึง 1 ล้านเท่า

สุนัขเล่นกีฬา

สุนัขเล่นกีฬา (Sporting Dogs) เป็นสุนัขพันธุ์ที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นผู้ช่วยในการล่าสัตว์โดยเฉพาะ มีหน้าที่การค้นหาเหยื่อ และนำเหยื่อกลับมาให้เจ้าของ เราสามารถแบ่งสุนัขเล่นกีฬาได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

  • สเปเนี่ยน เป็นพันธุ์สุนัขที่มีรูปร่างขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป เฉลียวฉลาด จมูกรับกลิ่นได้ดี ลักษณะเด่นคือหูยาวตูบ แบ่งย่อยได้เป็น 2 กลุ่มคือ พันธุ์ที่ใช้ล่าสัตว์ และพันธุ์ขนาดเล็ก (ปัจจุบันจัดอยู่ในกลุ่มสุนัขที่เลี้ยงไว้ดูเล่น) ในขณะที่มันออกล่าสัตว์ เมื่อมันพบเหยื่อ มันจะพุ่งเข้าโจมตีเหยื่อทันที
  • พอยเตอร์ และเซทเตอร์ เป็นพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าสเปเนี่ยน ขายาว หูตูบ และจมูกรับกลิ่นได้ดี
  • รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขที่เป็นมิตร แข็งแรง มีโครงสร้างดี และ มีความเชี่ยวชาญในการล่าสัตว์ มันถนัด การค้นหา และนำเหยื่อกลับมาให้เจ้าของ มันมักจะทำงานร่วมกับสุนัขพันธุ์สเปเนี่ยน นอกจากนี้ รีทรีฟเวอร์ยังสามารถว่ายน้ำได้ดี มันจึงมักถูกใช้ในการล่าสัตว์ปีกที่บินอยู่เหนือน้ำ เช่น ห่านป่า เป็นต้น

สุนัขเทอร์เรีย

สุนัขเทอร์เรีย (Terriers) เป็นสุนัขขนาดเล็ก ต้นกำเนิดอยู่ในประเทศอังกฤษ มีนิสัยชอบดมกลิ่น อยากรู้อยากเห็น ตามรอย และขุดหาสิ่งที่สงสัย มันจึงกลายเป็นผู้ช่วยในการล่าสัตว์ สุนัขเทอร์เรียจะทำหน้าที่ตามรอยสัตว์ป่า เช่น กระต่าย หนู แบดเจอร์ หมาป่า เมื่อพบแหล่งที่อยู่อาศัยของเหยื่อ มันจะมุดลงไปในรูนั้น ทำให้สัตว์เหล่านั้นตกใจและวิ่งออกมาจากรัง เพื่อให้คนตามล่าต่อไป

แม้เทอร์เรียจะเป็นสุนัขที่มีขนาดเล็ก ขาสั้น แต่เคลื่อนไหวได้อย่างว่องไว มีความมานะอดทน บากบั่น กล้าหาญ ทำให้มันเคยถูกใช้เป็นสุนัขสงคราม แต่ปัจจุบันนิยมนำมาเลี้ยงเป็นเพื่อนเล่นในบ้าน

สุนัขเทอร์เรียแยกย่อยได้อีกหลายสายพันธุ์ อาจแบ่งเทอร์เรียเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามลักษณะของขน ได้แก่

  • พันธุ์ขนเรียบและสั้น เช่นฟอกซ์ เทอร์เรียขนสั้น
  • พันธุ์ขนหยาบและยาว เช่น สก็อตทิช เทอร์เรีย และ เคอรีบลู เทอร์เรีย เป็นต้น

บนเกาะอังกฤษนั้น มีสุนัขเทอร์เรียอีกมากมายหลายสายพันธุ์ กระจายไปตามท้องที่ต่าง ๆ แต่ส่วนหนึ่งได้กลายพันธุ์ไป เหลือแต่สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยม เช่น

  • ฟ็อกซ์ เทอร์เรีย, บูล เทอร์เรีย, แบดลิงตัน และ แมนเชสเตอร์ เทอร์เรีย จากเกาะอังกฤษ
  • สกาย, เครน และ สก็อตทิช เทอร์เรีย จากสก็อตแลนด์ ไอริช และเคอรีบลู เทอร์เรี จากไอร์แลนด์ เป็นต้น

สุนัขทำงาน

สายพันธุ์สุนัขทำงาน (Working dogs) ได้จากการที่มนุษย์พบว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่มีความสามารถเกินกว่าที่คาดไว้ มันมีความฉลาด แข็งแกร่ง ว่องไว มานะอดทน สายตาดี และติดตามกลิ่นได้อย่างดีเยี่ยม สุนัขจึงถูกคัดเลือกพันธุ์เพื่อใช้งาน นอกเหนือจากการล่าสัตว์ จึงได้สายพันธุ์นี้ ที่มีลักษณะเด่น แตกต่างกันไปและมีทักษะที่หลากหลาย

มนุษย์นำสุนัขมาใช้งาน เป็นเวลานับร้อยปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เลี้ยงเพื่อเฝ้ายาม สำรวจหาระเบิดในสงคราม ต้อนฝูงสัตว์ ลากสัมภาระ ตามรอยหาผู้ร้าย และ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ปัจจุบันยังมีสุนัขที่ถูกฝึกเลี้ยงไว้เพื่อเป็นผู้ช่วยตำรวจ นำทางให้กับคนพิการด้านสายตา ตรวจค้นยาเสพติด แก๊สรั่ว วัตถุระเบิด และช่วยเหลือผู้พิการด้านการได้ยินอีกด้วย ตัวอย่างของสายพันธุ์สุนัขตำรวจ ได้แก่ บ็อกเซอร์, พินซ์เช่อร์, โดเบอร์แมน, รอทไวเลอร์ เยอรมันเชพเพิร์ด, เกรดเดน เป็นต้น

ยังมีสุนัขทำงานอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของชาวไร่ชาวนา เช่น คอลลี, พูลิ, โอลด์ อิงลิช ชีพด็อก, เยอรมันเชพเพิร์ด, เช็ทแลนด์ ชีพด็อก และ คอร์กี้ โดยสุนัขพวกนี้ จะคอยช่วยเหลือชาวไร่ ในการเฝ้าดูแลฝูงปศุสัตว์ เนื่องจากพวกมันช่วยชาวไร่ทำงานได้ดีมาก ดังนั้น เกือบทุกประเทศที่มีการเลี้ยงสัตว์ จะมีการพัฒนา สายพันธุ์สุนัขต้อนสัตว์ จนได้พันธุ์สุนัขประจำถิ่นของตนเอง เช่น อลลี จากสก็อตแลนด์ พูลิ จากฮังการี และ คอร์กี้ จากเวลส์เป็นต้น

สุนัขเป็นสัตว์ที่มีความอดทน และแข็งแกร่ง จนสามารถช่วยมนุษย์ทำงานหนัก ๆ ได้ นอกจากนี้ ประเทศในเขตอากาศหนาวมาก ๆ ซึ่งการเดินทาง เป็นไปด้วยความยากลำบาก ยังใช้สุนัข เช่น อะลาสกัน มาลามูท, ไซบีเรียน ฮัสกี้ และ ซามอยด์ เพื่อเป็นพาหนะเดินทาง โดยสามารถวิ่งได้ระยะทางถึง 160 กิโลเมตร ในเวลา 18 ชั่วโมง

สุนัขแต่ละตัวมักจะมีความสามารถเฉพาะอย่าง มนุษย์มักใช้สุนัขทำงานอีกหลายประเภท โดยสุนัขบางพันธุ์ถูกฝึกเพื่อทำงานเฉพาะอย่าง เช่น สุนัขเซนต์ เบอร์นาร์ดถูกฝึกให้ค้นหา และนำบรั่นดีไปให้กับผู้หลงทางในหิมะ เบอร์นีส เมาน์เทน ช่วยลากเลื่อนที่บรรทุกนมและเนยไปส่งที่ตลาด โปรตุกีส วอเทอร์ ด็อก ช่วยดำน้ำงมหาอวนและ เครื่องมือหาปลาที่ตกน้ำ หรือแม้กระทั่งปลาที่หลุดออกไปจากอวน นอกจากนี้ ยังมีสุนัขที่ทำหน้าที่ประหลาดที่สุด คือ สุนัขพันธุ์นอร์วีเจียน ลุนเดฮันด์ กลายเป็นสุนัขที่ใช่ในการล่านก โดยถูกฝึกมาให้ทำงานในถ้ำ หรือหน้าผาที่สูงชัน เพื่อจู่โจมกับรังนกพัฟฟินอีกด้วย

สุนัขตุ๊กตา

สุนัขตุ๊กตา (Toy) เป็นสุนัขตัวเล็กๆ เดิมเป็นสุนัขตัวใหญ่ แต่ถูกพัฒนาพันธุ์จนกลายเป็นสุนัขตัวเล็ก สุนัขประเภทนี้เหมาะสำหรับ เลี้ยงไว้แก้เหงา มันสามารถแก้เหงาให้กับคนชราที่ถูกทอดทิ้ง คนป่วย รวมไปถึงเด็ก ๆ ให้หายจากความโดดเดี่ยว

สุนัขตุ๊กตาถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อหลายพันปีมาแล้ว โดยเมื่อ 4,000 ปีก่อน สุนัขสิงโต (Lion Dogs) ที่หน้าตาคล้าย ๆ กับสุนัขปักกิ่งในจีน และพบแลปด็อกส์ ที่โด่งดังในกลุ่มชาวโรมัน ในสมัยก่อนนั้น สุนัขตุ๊กตาเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้หญิง และเด็ก ๆ ในสังคมชั้นสูง

แม้ว่าสุนัขตุ๊กตาจะตัวเล็ก แต่มันก็ยังมีสัญชาตญาณของสุนัขอยู่ครบถ้วน มันพร้อมที่จะปกป้องเจ้านาย และบ้านที่มันอาศัยอยู่ โดยการเห่าเสียงดัง ๆ หรือร้องครวญคราง เพื่อเตือนเมื่อมีผู้บุกรุก และบางตัวอาจจู่โจมผู้บุกรุกก็มี

สุนัขอเนกประสงค์

สุนัขอเนกประสงค์ (Non Sporting) เป็นสุนัขนานาประโยชน์ตามแต่เจ้าของจะใช้งาน สุนัขพวกนี้หลาย ๆ พันธุ์มีผู้นิยมซื้อมาเลี้ยงกันมาก อย่างเช่น สุนัขพันธุ์ดัลเมเชี่ยน เป็นต้น เนื่องจากเป็นสุนัขที่ประโยชน์ใช้สอยที่ไม่ธรรมดาสุนัขพันธุ์ลาซา แอพโซ่ เป็นสุนัขที่ลามะในธิเบตเลี้ยง ไว้เพื่อป้องกันภัย และถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ สำหรับสุนัขพันธุ์เชาเชา ซึ่งถือกำเนิดในมองโกเลียเมื่อ 3,000 ปีก่อน ในช่วงแรก ๆ เป็นสุนัขที่ถูกใช้ในสงคราม แต่ต่อมากลับถูกชาวจีนฆ่าเพื่อเป็นอาหาร และนำเอาขนของมันไปทำเครื่องนุ่งห่ม

อายุกับนิสัยหมา

อายุกับนิสัยหมา

นิสัยของมะม๋าตามวัย

บทความโดย โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ

สุนัขก็เหมือนกับคนที่อาจมีทั้งที่นิสัยดี และไม่ดี สุนัขบางพันธุ์อาจมีนิสัยก้าวร้าว ชอบแสดงพฤติกรรมนักรบ แย่งชิงความเป็นจ่าฝูง ก่อให้เกิดความปวดหัวแก่เจ้าของเป็นเนืองนิตย์ เจ้าของจึงควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมสุนัขตั้งแต่ยังเล็กว่า มีแนวโน้มที่จะก้าวร้าวเมื่อโตขึ้นหรือไม่ เช่น เมื่อนำสุนัขตัวใหม่มาเลี้ยง มันขู่คำราม ไม่เป็นมิตรหรือไม่ หรือเมื่อเจอคนแปลกหน้า มันขู่คำรามหรือไม่ หรือเมื่อออกไปนอกบ้าน มันไปเที่ยวข่มขู่สุนัขที่ตัวเล็กกว่าหรือไม่ 

ถ้าคำตอบคือ "ใช่" แสดงว่า สุนัขของคุณมี แนวโน้มที่จะก้าวร้าวในอนาคต การฝึกให้สุนัขเชื่อฟังคำสั่งจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อจะได้ควบคุมสุนัขได้ และไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในภายหลัง ซึ่งการแก้ไขปัญหา ขณะสุนัขโตแล้ว ทำได้ยากมาก 

ทั้งนี้ ลูกสุนัขอายุ 28-35 วัน จะเริ่มแสดงพฤติกรรมทางสังคม คือ ลูกสุนัขจะเริ่มเล่น หยอกล้อกัน สุนัขที่ตัวโตกว่า จะแสดงการข่มขู่สุนัขตัวเล็ก แสดงความเป็นจ่าฝูงออกมา ระยะนี้ถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของพฤติกรรมสุนัข เพราะสุนัขจะมีพฤติกรรมในอนาคตเช่นไร จะขึ้นกับการเรียนรู้ และจดจำในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ เช่น ลูกสุนัขที่ถูกแกล้งให้ตกใจกลัว เมื่อโตขึ้นอาจกลายเป็นหมาขี้ระแวง หรือถึงขั้นเป็นหมาโรคประสาทได้ หากตกใจมากๆ หรือลูกสุนัขที่ตกใจเพราะเสียงดัง โตขึ้นอาจกลัวเสียงฟ้าร้อง หรือประทัด เป็นต้น 


ส่วนลูกสุนัขที่ถูกกักขัง หรือกีดกันไม่ให้พบปะผู้คน ในช่วงอายุ 3-10 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกสุนัขชอบที่จะเล่นซุกซนที่สุด มักจะไม่สามารถปรับตนให้เข้ากับสังคมทั้งคน และสุนัขด้วยกันเองได้ ที่ร้ายที่สุด คือ เมื่อเติบโตขึ้น มันอาจจะมีอาการทางประสาท ไม่ชอบพบปะผู้คน จนเจ้าของยากที่จะควบคุมได้ทีเดียว เพราะฉะนั้น ต้องระวังกันหน่อย 

สำหรับสุนัขเต็มวัยก็ชื่นชอบการเล่นเช่นกัน การเล่นทำให้สุนัขได้ออกกำลังกายไปในตัว และช่วยลดความเครียดของสุนัข อย่าลืมว่า สุนัขนั้นเคยเป็นสัตว์ป่ามาก่อน เคยมีพฤติกรรมที่จะต้องออกล่าหาอาหาร ถ้าให้สุนัขจับเจ่าอยู่กับบ้าน อาจทำให้สุนัขเครียดได้ โดยสุนัขแต่ละพันธุ์มีการเล่นที่โปรดปรานแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นกับพฤติกรรมของบรรพบุรุษของแต่ละสายพันธุ์ 

จะเห็นได้ว่า การเลี้ยงที่ไม่ถูกต้องในวัยเด็ก อาจทำให้ลูกสุนัขพัฒนาเป็นสุนัขเต็มวัยที่มีพฤติกรรมผิดเพี้ยนไป เช่น เข้ากับสุนัขอื่นไม่ได้ แสดงอาการดุร้าย ฉุนเฉียว เมื่อเผชิญกับคนแปลกหน้า กัดเจ้าของ หรือแม้กระทั่งเป็นโรคกลัวเฉพาะอย่าง (Phobias) อาทิ กลัวเสียงดัง เสียงฟ้าผ่า เป็นต้น ถ้าสุนัขคุณมีอาการเช่นนี้ จำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ แต่ทางที่ดีป้องกันแต่เนิ่นๆ โดยการรักและเอาใจใส่สุนัข พยายามเข้าใจธรรมชาติของสุนัข ฝึกให้เชื่อฟังคำสั่ง แค่นี้คุณก็จะมีสุนัขที่น่ารักตลอดไป