เข้าสู่สังคม การฝึกสุนัข.com

บริการรับฝากสุนัข ฝึกสุนัข ทำให้สุนัขของคุณน่ารัก

การเลี้ยงสุนัข

Купить СНПЧ А7 Кемерово, оперативная доставка

Police-dog

 

 การเลี้ยงสุนัข

พันธุ์สุนัข

1.สุนัขพันธุ์ในกลุ่มกีฬา (Sporting Breeds) - สร้างขึ้นสำหรับใช้ในกีฬาล่านก (feather birds)

2. สุนัขในกลุ่มฮาวด์ (Hound Breeds) - สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการล่าสัตว์ หรือดมกลิ่นสะกดรอย (scent)

3. กลุ่มสุนัขใช้งาน (Working Breeds) -สร้างขึ้นสำหรับการใช้งาน เช่น การลากเลื่อน เกวียนบรรทุก(pull carts) หรือ เป็นสุนัขอารักขา (guard property) เป็นต้น

4. สุนัขในกลุ่มที่ใช้คุมฝูงสัตว์ (Herding Breeds) - เป็นสุนัขที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ใช้ในการควบคุมการเคลื่อนย้ายฝูงสัตว์

5. สุนัขในกลุ่มเทอร์เรีย (Terrier Breeds) - สร้างขึ้นเพื่อการล่าเหยื่อ หรือ สัตว์ที่มาทำลายพืชผลทางการเกษตร เช่น นก หนู เป็นต้น

6. สุนัขในกลุ่มทอย (Toy Breeds) - เป็นสุนัขขนาดเล็ก

7. สุนัขในกลุ่มทั่วไป (Non-Sporting Breeds) - จุดกำเนิดสายพันธุ์ที่ไม่ชัดเจน หรือไม่สามารถจัดให้เข้ากลุ่มอื่นๆ ได้

ชนิดพันธุ์สุนัข

กลุ่มสุนัขเพื่อใช้ในเกมกีฬา (Sporting Breeds):

Pointer

German Shorthaired Pointer , German Wirehaired Pointer

Retriever

Golden , Labrador

Setters -

English , Irish

Spaniels -

American Water , Clumber

Cocker

English Cocker ,English Springer

กลุ่มสุนัขฮาวด์ (Hound Breeds):

Afghan , Basset , Beagle , Black & Tan Coonhound , Bloodhound ,Dachshund , Foxhound , Greyhound , Norwegian Elkhound

กลุ่มสุนัขใช้งาน (Working Breeds):

Alaskan Malamute , Boxer , Doberman Pinscher , Great Dane, Great Pyrenees , Komondor,

Rottweiler , Saint Bernard , Samoyed , Siberian Husky , Standard Schnauzer

กลุ่มสุนัขเทอร์เรีย (Terrier Breeds):

Airedale , Border Terrier , Bull Terrier , Dandie Dinmont, Fox Terrier, Skye Terrier, Welsh Terrier ,

กลุ่มสุนัขทอย (Toy Breeds):

Chihuahua ชิวาวา , Italian Greyhound , Manchester Terrier , Pomeranian , Poodle , Pug , Shih Tzu ,Yorkshire Terrier

กลุ่มสุนัขที่ไม่ใช่สุนัขที่ใช้ในเกมกีฬา (Non-Sporting Breeds):

Boston Terrier ,Bulldog , Chow Chow , Dalmatian , Lhasa Apso , Poodle

กลุ่มสุนัขใช้คุมฝูงสัตว์ (Herding Breeds):

Australian Shepherd German Shepherd Old English Sheepdog Collie Shetland Sheepdog , , , ,

สุนัขพันธุ์ไทย (Thai Breeds)

พันธุ์ไทยหลังอาน (Thai Ridgeback) , พันธุ์บางแก้ว (Bangkaew)

การตัดสินใจเลือกสุนัข

ต้องการแบบไหน

1. ตัวใหญ่-เล็ก

2. Active / Quiet

3. ขนยาว / ขนสั้น

4. เลี้ยงเพื่ออะไร(ขาย-พันธุ์-เพื่อน)

5. พันธุ์แท้/ลูกผสม

6. ราคา

Police-K9-Dies-After-Being-Left-Unattended-for-6-Hours-in-a-Cop-Car

การตัดสินใจเลือกสุนัข

ควรแน่ใจว่าเหมาะสมกับชีวิตของผู้เลี้ยงสุนัข

แต่ละตัวต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน

สุนัขพันธุ์แท้

ควรรู้ถึงลักษณะอารมณ์ของสุนัขแต่ละพันธุ์

ควรเลือกสุนัขที่มีนิสัยและอารมณ์ที่เข้ากับผู้เลี้ยงได้

สุนัขพันธุ์ทาง /ลูกผสม

สุนัขพันธุ์ทางมักฉลาดและช่างประจบ เหมาะสำหรับการเป็นสุนัขเลี้ยง

สุนัขพันธุ์ทางมักทนโรค

ขนาดของสุนัข

สุนัขขนาดใหญ่และชอบออกกำลังกาย

สุนัขพันธุ์รอตต์ไวเลอร์ใช้พื้นที่ออกกำลังมาก

และดุ เจ้าของควรฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งตั้งแต่ยังเล็ก

สุนัขขนาดเล็กเช่นพันธุ์ชิวาวา เป็นเพื่อนเล่นได้ดี เฝ้ายาม/เห่าเก่ง

แหล่งหาซื้อสุนัขมาเลี้ยง

สถานสงเคราะห์สัตว์

สุนัขที่นี่สามารถเป็นสุนัขเลี้ยงที่ดีมาก

แต่บางตัวอาจมีพฤติกรรมอื่นที่ต้องแก้ไข เช่น เจ้าของเดิมละเลยทอดทิ้ง

ฟาร์มคอกเลี้ยง

ควรหาจากฟาร์มเลี้ยงสุนัขที่เชื่อถือได้

ร้านจำหน่าย

ไม่ควรซื้อจากร้านที่ไม่ทราบประวัติมาก่อน

เพื่อน/ญาติ

ของฟรี vs ของดี

Police-dog-camera 2281458b

การเลือกลูกสุนัข

เริ่มดูจากแม่ซึ่งสามารถบอกนิสัยของลูกได้ ลูกสุนัขที่เลือกมาควรมีลักษณะนิสัยที่ร่าเริง อยากรู้อยากเห็น ไม่ตึงเครียด ไม่กลัวคนแปลกหน้า บ่งบอกถึงลักษณะความเชื่อมั่นในคัวเอง แต่ถ้าเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป อาจ กลายเป็นสุนัขดื้อในอนาคตก็ได้

1.             ตามีประกายแจ่มใส สีถูกต้องตามลักษณะ ไม่มีขี้ตา รวมทั้งอาการอักเสบระคายเคือง

2.             ใบหูด้านในมีสีชมพูไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีสะเก็ดซึ่งอาจเป็นเพราะมีไรหูหรือความผิดปกติอย่างอื่น

3.             ผิวหนังไม่มันเยิ้มหรือแห้งเป็นสะเก็ดสุนัข ไม่มีแผลหรือก้อนนูนที่ผิวหนัง ขนแข็งแรงไม่หลุด ร่วงง่าย

4.             เหงือกมีสีชมพูและไม่มีกลิ่น ฟันเรียงตัวสบกันพอดี

5.             บริเวณทวารหนักควรสะอาดและแห้ง ไม่มีลักษณะท้องเสียหรือมีสิ่งผิดปกติออกมาจากอวัยวะ เพศ

6.             เมื่อยกสุนัขขึ้นควรรู้สึกหนักไม่ดิ้นรน บ่งบอกว่าเป็นสุนักที่เชื่อฟังคำสั่งที่ดี

เครื่องใช้ที่จำเป็น

1.             เบาะรองนอน สุนัขส่วนใหญ่มักชอบ

2.             ป้ายชื่อ สุนัขควรมีป้ายชื่อที่ติดปลอกคอพร้อมกับหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ของเจ้าของ

3.             กระดูกเทียม การกัดแทะกระดูกไนลอนเป็นการบริหารกรามและช่วยทำความสะอาดฟันให้สุนัข

4.             ของเล่นยาง ควรเป็นวัสดุที่สุนัขกัดแทะได้เมื่อโยนลงพื้นจะกระดอนได้ กระตุ้นให้สุนัขวิ่งไล่งับ

5.             ของเล่นที่มีเสียง เมื่อสุนัขกัดแทะจะเกดเสียงดัง เป็นการกระตุ้นสัญชาตญาณในการล่าสัตว์

6.             ขลุมครอบปากสุนัข ป้องกันไม่ไห้สุนัขไปกินสิ่งสกปรก หรือสุนัขดุ

7.             แปรงขนสัตว์สำหรับขนสั้นละเอียด แปรงเหล็ก หวีเหล็กสำหรับขนยาว ควรใช้แปรงที่เหมาะกับ สุนัขแต่ละพันธ์

8.             ชามอาหารและน้ำ สุนัขควรมีชามอาหารของตนเองต้องดูแลอยู่เสมอ อาจเป็นชามที่ทำจากเซรา มิกหรือสเตนเลส รองก้นชามด้วยยางป้องกันการลื่น

9.             ปลอกคอและสายจูง สุนัขควรใส่ปลอกคอที่มีป้ายชื่ออยู่ด้วยเสมอ

การนำเข้าบ้านครั้งแรก

ควรจำกัดบริเวณที่จะเป็นที่อยู่ของสุนัขและปล่อยให้สำรวจสิ่งแวดล้อมใหม่ในบริเวณนั้นและควรอยู่กับ ลูกสุนัขก่อนในระยะแรก ไม่ควรทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ใน 2-3 วันแรกควรให้อาหารเดิม ที่สุนัขคุ้นเคยแล้วจึงค่อยๆเปลี่ยน

การให้ลูกสุนัขอยู่ในกรงตั้งแต่แรกจะช่วยให้รู้สึกปลอดภัยมากกว่าในห้องโล่งๆและควรหัดให้ถ่าย ปัสสาวะบนกระดาษหนังสือพิมพ์

ความปลอดภัยภายในบ้าน

ลูกสุนัขมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น จึงต้องระวังสิ่งที่สามารถทำอันตรายต่อลูกสุนัขได้ โดยการนำสิ่งของที่ แตกง่ายและเครื่องใช้ไฟฟ้าไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย

สัตว์เลี้ยงอื่นในบ้าน

กับแมว สุนัขและแมวสามารถอยู่ร่วมกันได้ ถ้าการพบกันครั้งแรกไม่เป็นลักษณะการข่มขู่ ควรให้แมวได้ สำรวจลูกสุนัขขณะที่กำลังหลับอยู่

กับสุนัขอื่นในบ้าน สุนัขตัวอื่นมักรู้สึกไม่พอใจเมื่อมีสุนัขตัวใหม่เข้ามา ควรเปิดโอกาสให้สุนัขที่อยู่ก่อน ได้สำรวจลูกสุนัขขณะที่กำลังหลับอยู่

k9-looking

โภชนศาสตร์สำหรับสุนัข

ชนิดอาหาร อาหารส่วนใหญ่พลังงานจะใกล้เคียงกันต่างแต่ระดับโปรตีน

1. อาหารอัดเม็ดแห้ง (Dry)

ส่วนประกอบมีทั้งจากพืชและสัตว์

โปรตีน 23% ไขมัน 9% เยื่อใย 6%

2. อาหารกึ่งเปียก (Semi-moist)

ข้าวโพด เศษเนื้อสัตว์

โปรตีน 25% ไขมัน 9% เยื่อใย 4%

3. อาหารกระป๋อง(Canned)

3.1 ทำจากเศษเนื้อสัตว์เป็นหลักเช่นเนื้อ-กระดูกไก่/โค และ แป้งถั่ว

โปรตีน 44 % ไขมัน 32% เยื่อใย 4%

3.2 ทำจากพืชเป็นหลัก ข้าว ข้าวโพด ถั่วและเศษเนื้อสัตว์

โปรตีน 30 % ไขมัน 16% เยื่อใย 8%

โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญ

สุนัขจะกินเนื้อเป็นอาหาร มีเปอร์เซนต์ของโปรตีนสูง ไขมันพอเหมาะ เยื่อใยเล็กน้อย และคาร์โบไฮเดรต แต่แมวจะเป็นสัตว์กินเนื้อ ไม่ยอมกินคาร์โบไฮเดรต

กรดอะมิโน

ทำไมสุนัขและแมวจึงต้องการโปรตีน ?

เพราะโปรตีนเป็นสิ่งจำเป็นที่ใช้ในการเจริญเติบโต

กรดอะมิโนที่สัตว์ต้องการมี 22 ตัว สัตว์สังเคราะห์เองได้ 12 ตัว และกรดอะมิโนจำเป็น คือ อาร์จินีน ฮีสทิดีน ไอโซลิวซีน ลิวซีน ไลซีน เมทไทโอนีน ฟีนีลอะละนีน ทรี โอนีน ทริปโตเฟน วาลีน และในแมว(ทอลีน)

สุนัขสามารถสังเคราะห์ทอลีนได้ ทำให้สุนัขสามารถกินอาหารแมวได้ แต่แมวกินอาหารสุนัขไม่ได้

ความต้องการโปรตีน

ความต้องการโปรตีนจะขึ้นกับสปีชีส์ ระยะการเจริญเติบโตที่รวดเร็วและช่วงอายุสัตว์ ซึ่งสภาพที่สัตว์ ต้องการโปรตีนจะประยุกต์เป็นระดับดังนี้ ชนิดสัตว์/ระยะการ เจริญเติบโต

เปอร์เซนต์ โปรตีน

เปอร์เซ็นต์ ไขมัน

ลูกสุนัข

28%

17%

สุนัขโต

18%

9-15%

สุนัขการแสดง

25%

20%

สุนัขลากรถเลื่อน

35%

50%

สุนัขที่ให้น้ำนม

28%

17%

ลูกแมว

30%

20%

แมวโต

25-30%

15-20%

สุนัขและแมวที่ตั้งท้องและให้น้ำนม ต้องให้น้ำนมกับลูก ซึ่งส่วนประกอบที่สำคัญของน้ำนมคือโปรตีน

ในสัตว์ป่วย สัตว์ไม่แข็งแรงจะมีความต้องการโปรตีนมากเป็นพิเศษ

สัตว์ที่เป็นโรคไตจะต้องจำกัดปริมาณโปรตีน ซึ่งถ้าสูงไปจะมีผลกระทบต่อไตได้

เราสามารถให้สัตว์กินอาหารโปรตีนมากเกินไปได้หรือไม่

สัตว์ที่ได้รับโปรตีนมากเกินไปก็จะไม่มีผลเสียอะไร เพราะบางส่วนจะขับถ่ายเป็นปัสสาวะ

แต่พบว่าอาจมีผลต่อไตทำงานหนักขึ้น

อีกเหตุผลคือด้านการเงิน

ฉลากอาหารสัตว์

การเลือกซื้ออาหารสุนัข

ซื้ออาหารยี่ห้อดัง/ราคาแพง

ซื้อให้เหมาะสมกับสุนัข ต้องอ่านฉลากอาหารเป็น

อาหารสัตว์ที่มีคุณภาพจะย่อยได้ระหว่าง 70-80%

ถ้าด้อยคุณภาพลงมาอาจมี 60% หรือน้อยกว่า

ถ้าส่วนประกอบเป็นไก่หรือลูกแพะ เราสันนิษฐานได้ว่าอาหารนี้มีแหล่งที่มาของโปรตีนได้ดี

ฉลากอาหารสัตว์เลี้ยงบอกอะไรแก่เราบ้าง

สิ่งที่ต้องพิจารณาคือราคา การคำนวณราคาต่อน้ำหนักอาหาร 1ปอนด์ หรือราคาอาหารต่อ 1 วัน

อาหารแห้งจะมีราคาถูกกว่าและมีขนาดถุงใหญ่กว่า

ซื้ออาหารที่ครบคุณค่าความต้องการของสุนัข

การดัดแปลงมาตรฐานของวัตถุดิบแห้ง

อาหารสัตว์เลี้ยงทั้งหมดต่างก็มีระดับของความชื้น

เปอร์เซนต์ความชื้น จะช่วยเปรียบเทียบราคา ระดับโปรตีนหยาบและไขมันระหว่างยี่ห้อ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าอาหารแห้งมีความชื้น 10% เราก็จะรู้ว่า 90% เป็นวัตถุดิบ

ดังนั้นระดับโปรตีนได้ 20% จากนั้นเราแยก 20%จาก 90% ของวัตถุดิบแห้ง เราก็จะได้ 22% ของโปรตีน โดยประมาณ

ลองเปรียบเทียบอาหารกระป๋องที่มีความชื้น 80% เราก็จะรู้ว่า 20% เป็นวัตถุดิบแห้ง ถ้าฉลากบอกว่ามี 5% ของโปรตีน เราก็ต้องคิด 5% นั้นแยกจาก 20% ของวัตถุดิบแห้ง เราจะได้ 25% โปรตีน ของวัตถุดิบแห้ง

ส่วนประกอบอาหาร

มีหลายส่วนผสมที่เราไม่ต้องการเลย ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ที่บอกว่าประกอบด้วยเนื้อ ไก่ ข้าวโพด แป้งเปียกข้าวโพด ข้าวสาลีบด รำข้าว แป้งสาลีและอื่นๆ

o เนื้อที่นำมาทำผลิตภัณฑ์ ต้องเป็นเนื้อที่สะอาด ฆ่าโดยตรง ไม่รวมเนื้อวัว แต่จะรวมปอด ม้าม ไต สมอง ตับ เลือด กระดูก กระเพาะ ลำไส้ ไม่รวมผม เขา ฟันและกีบ

o พวกเป็ด ไก่ ที่นำมาทำผลิตภัณฑ์ จะใช้หัว ขา และพวกเครื่องใน แต่ไม่รวมถึงขน

o เนื้อปลา จะใช้ปลาทั้งตัว โดยไม่มีการใส่น้ำมัน

o ไขวัว เป็นไขมันจากวัว

o ข้าวโพดบด เป็นข้าวโพดทั้งหมดหรือแค่เมล็ดที่นำมาบด

o แป้งเปียกข้าวโพด กากที่ได้จากการนำข้าวโพดไปทำน้ำเชื่อมหรือแป้ง

o ข้าวกล้อง เป็นส่วนเล็กๆของเมล็ดข้าวที่แยกออกจากข้าวบดที่มีขนาดใหญ่กว่า

oเมล็ดถั่วเหลือง เป็นส่วนที่เหลือจากการทำน้ำมันถั่วเหลือง

o BHA มาจากคำว่า Butylated Hydroxyanisole , preservative

o Ethoxyguin เป็นวัตถุกันเสียทางเคมีชนิดหนึ่งที่ใส่ในอาหารสุนัข

วิธีให้อาหาร

วิธีให้อาหารจะมีอยู่บนถุงและกระป๋องของอาหารสัตว์

สัตว์ต้องการเพิ่มอาหารจากระดับกิจกรรม เมตาบอริซึม และสภาวะแวดล้อม อุณหภูมิต่างกัน รวมถึง กรรมพันธุ์ อายุ และความเครียดจากสภาพแวดล้อม

คำแนะนำข้างถุงจะช่วยระยะแรก ถ้าสัตว์ผอมและหิวให้เพิ่มอาหารให้บ่อยขึ้น

การให้อาหารสุนัขตั้งท้อง(Pregnant) และให้น้ำนม( Lactation)

สุนัขต้องการอาหารเพิ่มตามอายุตั้งท้อง น้ำหนักจะเพิ่มช่วง 4 สัปดาห์เป็นไป

ระยะนี้กินเพิ่ม 35-50%

ระยะเลี้ยงลูก(Whelping) ต้องการอาหาร 3-4 เท่าปกติ

ภายใน3 สัปดาห์หลังคลอด ลูกสุนัขจะหัดเลีย-กินอาหารกับแม่ ให้พิจารณาหย่านมได้

หย่านมเมื่อลูกสุนัขอายุได้ 6 สัปดาห์

การให้อาหารลูกสุนัข( Puppies)

กินอาหารสด-แห้งได้เมื่ออายุ 3 สัปดาห์

น้ำนม ไข่ ชีส คืออาหารที่ดี ย่อยง่าย โภชนะเข้มข้นสูง

ให้กินน้ำนมมากอาจถ่ายเหลว หรือท้องเสียได้หากไม่สะอาด

ให้อาหารวันละ 3-4 ครั้งต่อวัน

ไม่ควรให้กินมากไป จะอ้วนมาก กดรูดผิวหนังข้างซี่โครงหากสัมผัสซี่โครงไม่ได้แสดงว่าอ้วนมาก

อ้วนมากมีผลต่อการพัฒนาโครงร่างและกระดูก

การให้อาหารสุนัขโต ( Older dogs )

สุนัขโตมีกิจกรรมต่ำลง จึงต้องการอาหารน้อยลง

เน้นอาหารโปรตีนมากกว่าพลังงานหรือคาร์โบไฮเดรท

ให้อาหารมื้อเดียว ลดปริมาณอาหารลง

คำแนะนำด้านอาหารอื่นๆ

บางคนเชื่อว่าให้ไข่ดิบบำรุงขน ควรให้ไข่ต้ม เพราะไข่ขาวดิบจะขัดขวางการดูดซึม Biotin

กระดูกหมูต้มท่อนใหญ่ให้ได้ แต่กระดูกไก่ควรงดให้แทะเล่น

อาหารเม็ดและกระดูกท่อนใหญ่ช่วยลดคราบหินปูน

สัตว์เลี้ยงของเราอ้วนหรือยัง

สุนัขปกติ

o สามารถคลำพบกระดูกซี่โครงได้ (โดยไม่ต้องกด)

o ช่วงท้องต้องแคบกว่าช่วงอกเมื่อมองจากด้านข้าง

o เห็นช่วงคอดของเอวหลังซี่โครงซี่สุดท้ายเมื่อมองจากด้านบน

สุนัขอ้วน

o ต้องออกแรงมากกว่าปกติในการคลำซี่โครง

o ช่วงท้องขนาดเท่าหรืออ้วนกว่าช่วงอก

o มีไขมันสะสมที่สะโพก โคนหาง พื้นท้อง

o ผิวหนังรอบคอและหัวไหล่หนากว่าปกติ

วิธีการลดความอ้วนสำหรับสุนัข

o เลือกชนิดของวัตถุดิบในการทำอาหารให้มีไขมันน้อย มีกากใยมาก และเพิ่มปริมาณน้ำในอาหาร ให้มากขึ้น

o ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยกว่าปกติ แต่มาเพิ่มความถี่ในการให้เป็นมื้อมากขึ้น

ควรให้สุนัขออกกำลังกายมากขึ้น

การผสมพันธุ์

สุนัขจะเป็นสัดครั้งทั่วไปภายใน 6-12 เดือน

สุนัขเล็กอาจเป็นภายใน 6 เดือน แต่สุนัขใหญ่อาจอายุถึง 2 ปี

วงรอบการเป็นสัดหนึ่งๆมี 11-13 วัน ประกอบด้วยระยะ Pro estrus, estrus, ovulation

Pro estrus คือระยะก่อนผสมพันธุ์ สุนัขจะแสดงอาการมีเลือดออก(Menopause ) ให้นับวันที่พบเห็นเลือดออก

หลังจากนั้นอีก 9 วัน สุนัขจะเริ่มสนใจ ไม่อยู่กับที่ วิ่งหาสุนัขทุกเพศและเป็นที่สนใจของสุนัขเพศผู้ทุกตัวที่เดิน ผ่าน อวัยวะเพศบวม มีน้ำเมือกออกมา สุนัขเพศผู้อาจกระโดดขึ้นผสมแต่เขาจะหันหนี ไม่ยอมให้ผสม จะเป็นแบบ นี้อยู่นาน 2-3 วัน ( วันที่ 10-11)

ระยะ Estrus คือระยะที่ต่อมาจากช่วงแรก (วันที่ 12-13) เป็นระยะที่จะมีการตกไข่ภายใน 48 ชั่วโมง ( Ovulation ) ซึ่งจะเป็นช่วงที่ต้องผสมพันธุ์สุนัข สังเกตได้จาก สุนัขจะยืนนิ่งไม่ไปไหน หางยกบิดไปด้านข้างหากมีสุนัขอื่นโดด ขึ้นทับ

หลักการผสมพันธุ์

จะขึ้นอยู่กับสุนัขและประสบการณ์เจ้าของ ทั่วไป จะนำสุนัขไปผสมในช่วงวันที่ 10-12 หลังจากเห็น เลือดออก บางคนอาจใช้ การผสมสองครั้งคือผสมในวันที่ 10 กับ 12 หรือผสมในวันที่ 11 กับ 13

ขณะที่สุนัขผสมพันธุ์กัน ตัวผู้ปีนขึ้นผสมอวัยวะเพศ(Penis)ของเพศผู้ตรงโคนอวัยวะ( bulbus glandis ) จะ ขยายบวมขึ้นตามธรรมชาติ เพื่อทำหน้าที่ล็อดอวัยวะเพศของทั้งสองตัวให้อยู่ติดกัน เป็นเรื่องปกติ และสุนัขเพศผู้ จะหันลงมาอยู่ในสภาพเดินหันหลังติดกัน แต่โดยพฤติกรรม สุนัขจะเดินหันหน้ามาหากัน เดินไปด้วยกัน ต้อง ปล่อยให้เป็นเช่นนี้จนกว่าจะเสร็จสิ้น ไม่ต้องไปกระตุ้น ห้าม หรือ ช่วยอะไรทั้งสิ้น สุนัขจะใช้เวลาอยู่ติดกันนาน 15-30 นาทีหรือนานกว่านี้ได้ กว่าจะแยกจากกันได้เอง เมื่อเสร็จก็นำสุนัขกลับบ้าน เพราะปกติจะนิยมนำสุนัขเพศ เมียไปหาสุนัขเพศผู้ จะทำให้ผสมได้ง่ายกว่า

การตั้งท้อง

สุนัขใช้เวลาตั้งท้องนาน 63 วัน (56-70 วัน) มีอาการกินมาก น้ำหนักเพิ่ม หัวนมเป็นสีชมพูบวมขึ้น จะเห็นการ เปลี่ยนแปลงชัดเจนตั้งแต่วันที่ 30 หลังผสมพันธุ์เป็นต้นไป

กล่องไม้นอนคลอดควรจัดเข้ามาเพื่อฝึกหัดให้รู้จักนอนคลอดในกล่อง ในช่วง 3 สัปดาห์ก่อนคลอด กล่องควรมี กระดาษหนังสือพิมพ์ที่ตัดขาดเป็นเส้นๆรองนอน เพราะช่วยรักษาความอบอุ่นให้ลูกสุนัขได้ดีกว่าผ้า

ก่อนคลอด 24 ชั่วโมง อุณหภูมิร่างกายสุนัขจะลดลง จาก 100.4 F -> 96.8 F แม่สุนัขจะไม่กินอาหารใดๆภายใน 24 ชั่วโมงนี้

ก่อนคลอดเล็กน้อย แม่สุนัขอาจอาเจียน และขับเมือกเขียวๆออกมาก่อน เนื่องจากรกเริ่มแยกตัวจากกัน

แม่ที่แข็งแรงจะคลอดได้เองไม่ต้องช่วยอะไร

การคลอด

แม่จะคลอดถุงรกพร้อมลูกออกมาและแม่สุนัขจะกัดถุงรกเพื่อให้น้ำคร่ำแตกออกและกัดสายสะดือให้ขาด จากถุงรก เพื่อให้ลูกหลุดออกมาและหายใจได้เอง ลูกสุนัขหนึ่งตัวจะออกมาพร้อมถุงรกตัวเอง และแม่จะขับสายรก ที่ค้างอยู่ภายในให้ออกมาภายหลังคลอดลูกออกมาแล้วเป็นตัวๆไป(เราต้องสังเกตนับ จะได้รู้ว่าคลอดลูกออกมา หมดแล้วยัง) แม่จะมีพฤติกรรมกินรกตัวเอง เลียลูกกระตุ้นหายใจ ทำความสะอาดตัวลูก พาลูกมาดูดน้ำนมและให้ ความอบอุ่น

หากเราเข้าไปยุ่งอาจโดนกัดหรือขู่ ทำให้เกิดการแย่งลูก อาจเป็นอันตรายต่อลูก ควรปล่อยให้ลูก อยู่กับแม่ เพราะการที่ลูกดูดน้ำนมจะกระตุ้นให้ฮอร์โมนออกซิโตซินหลั่งออกมามาก กระตุ้นให้ให้เกิดการคลอด ต่อมาง่ายได้ต่อเนื่อง

การช่วยเหลือ หากเจ้าของจะช่วยคือการทำความสะอาดสายสะดือ และมัดสายสายสะดือลูกสุนัขด้วยด้าย( ระยะห่าง 1-2 ซม.จากโคนสะดือ) ใช้น้ำยาทิงเจอร์ไอโอดีนที่มีขายในท้องตลาดทั่วไปได้เพื่อเช็ดแผลหรือทำความ สะอาด และควรเช็ดสะดือลูกสุนัขวันละสองครั้งแต่ให้ระวังแม่จะกัดเพราะหวงลูก ควรถือสำลีเข้าไปทา มากกว่า เอาลูกออกมาทายา

การเล่นและการออกกำลังกาย

สุนัขทุกเพศทุกวัยทุกขนาดชอบเล่นกับสุนัขด้วยกัน หรือกับคนเลี้ยง

แต่ถ้าสุนัขไม่มีกิจกรรม จะทำลายหรือมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์แทน

ชนิดการออกกำลังกาย

1. ออกกำลังกายโดยไม่มีสายจูง

สุนัขพันธุ์แข็งแรงและตื่นตัวอยู่เสมอ เช่น พันธุ์สเปเนียล ชอบออกกำลังกายทุกวัน

ถ้าสุนัขเชื่องและเป็นมิตรสามารถปล่อยให้วิ่งเล่นโดยไม่มีสายจูงได้

2. ออกกำลังกายโดยมีสายจูง

นอกบริเวณบ้านควรใช้สายจูงกับสุนัข โดยใช้สายจูงปรับความยาวได้

3. การเล่นเกมต่างๆ

การเล่นกับสุนัขเป็นการเน้นความเป็นผู้นำของเจ้าของ

เพราะสุนัขจะรอให้โยนของเล่นให้ สุนัขจะได้ออกกำลังกายลดความเหงา เครียด

4. การกัดแทะของเล่น

สุนัขที่มีของเล่นจะสุขภาพจิตดีกว่าสุนัขที่ไม่มีของเล่น

ของเล่นที่กัดแทะได้จะช่วยฆ่าเวลาของสุนัข ในขณะที่ไม่ได้เล่นกับเจ้าของ

ของเล่นของสุนัข

สุนัขชอบเล่นกับสิ่งของที่เคลื่อนที่ได้เช่น ลูกบอล จานร่อน

โดยการวิ่งไล่งับและนำกลับมาให้เจ้าของ

ของเล่นยางบางชนิดจะมีเสียงดังเมื่อถูกกัดสุนัขจะชอบเนื่องจากเลียนแบบสัญชาตญาณของการล่าสัตว์

เชือกที่ผูกเป็นปมหรือของเล่นสำหรับงับและดึงจะเป็นของเล่นที่เหมาะกับสุนัข ยังช่วยบริหารเหงือกและ ฟันของสุนัข

การฝึกสุนัข

สุนัขควรเรียนรู้คำสั่งพื้นฐาน 6 คำสั่ง

ชิด-นั่งคอย-ยืน-หมอบ-มา

รางวัลที่ดีคือ รู้จักคำว่าดีและไม่

ทำดี(ตบไหล่ ทำหน้ายิ้ม เสียงเบานิ่ม) และ ไม่ (ทำหน้าดุๆ เสียงดังๆ)

การฝึกให้เริ่มทันทีที่มันเข้ามาอยู่ในบ้าน

ลูกสุนัขต้องเรียนรู้การเรียกชื่อมัน (ตั้งสั้นๆ จำง่าย อย่ายาวมาก)

ทุกครั้งที่มันทำถูกให้พูดดีๆๆแต่หากผิด ต้องพูดไม่ๆๆทันที ไม่ต้องพูดอย่างอื่นๆ

ห้ามตี แตะ ในทุกกรณี

การฝึกนอกบ้าน

เมื่ออายุได้6 เดือนสามรถเริ่มการฝึกหนักได้แล้ว ฝึกในสายจูง

ควรฝึกวันละหนึ่งถึงสองครั้งทุกวัน ครั้งละ15- 30 นาที

อุปกรณ์: โซ่คอ สายเชือกฝึก ครั้งแรกๆควรใส่โซ่ฝึกให้คุ้นเคย1-2 วัน หลังจากนั้นจึงเริ่มใส่สายจูงฝึก

สายเชือกฝึกหรือโซ่ฝึกจะต้องต่างจากสายจูงเดินเล่น ไม่ใช้ปนกันและ ห้ามใช้สายจูงลงโทษสุนัข จะทำให้ กลัว

คำสั่งแรกคือ ชิด ด้วยการเดินจูงสุนัขทางซ้ายมือของผู้ฝึก เรียกชื่อมัน และกล่าวคำว่า ชิด พร้อมดึงสายจูง ให้สั้นๆเข้าติดใกล้เข่า เป็นการสอนให้สุนัขเดินตามใกล้ๆแต่ไม่ให้เดินล้ำหน้าผู้ฝึก หรือเดินล้อมหน้าหลัง ฝึกเดิน ตามไปเรื่อยๆ หากหยุดก็ให้สนุขยืนนิ่งอยู่ข้างๆเข่าเรา หากทำได้ให้กล่าวคำว่าดีหากเดินยังไม่ได้ระเบียบหรือ เดินล้ำหน้าให้กระตุกสายจูงและบอกว่าไม่

คำสั่งสอง คือ นั่ง เมื่อเราพาเดินในสายจูง แล้วหยุดเดิน สุนัขต้องยิ่งนิ่ง จากนั่งออกคำสั่ง เรียกชื่อมัน และ กล่าวคำว่า นั่ง พร้อมดึงสายจูงไปข้างหลัง ในครั้งแรกๆหลังดึงสายจูงแล้วให้ใช้มือขวาถือสาย มือซ้ายกดเบาๆที่ บั้นท้ายสุนัขกดให้นั่งลง เมื่อมันนั่ง หากทำได้ให้กล่าวคำว่าดีหากยังทำไม่ได้ให้บอกว่าไม่และเริ่มใหม่ ไป เรื่อยๆจนสุนัขทำได้

คำสั่งสาม คือ คอย เมื่อสุนัขทำคำสั่งที่หนึ่งและสองได้ดีแล้ว ในท่านั่งให้ออกคำสั่ง เรียกชื่อมัน และกล่าว คำว่า คอย พร้อมกับใช้มือซ้ายแบออกไปสัมผัสเบาที่หน้าจมูก(ตบเบาๆ) คอย-คอย ดึงสายจูงให้ตึงสูงตลอดเวลา และออกทางขวาไปยืนตรงหน้าสุนัข ยังกล่าวคำว่า คอย-ดี สลับกันตลอดเวลา หากยังทำไม่ได้ให้บอกว่าไม่และ เริ่มใหม่ ไปเรื่อยๆจนสุนัขทำได้ หากดีปล่อยให้คอยนานถึง 3 นาทีถือว่าสอบผ่าน

คำสั่งสี่ คือ ยืน เมื่อสุนัขทำคำสั่งที่หนึ่งและสอง สามได้ดีแล้ว ให้พาจูงเดิน และเมื่อเราหยุดเดินสุนัขจะนั่ง ทันทีเพราะคำสั่งสอง แต่เราจะออกคำสั่ง เรียกชื่อมัน และกล่าวคำว่า ยืน หากสุนัขจะนั่งให้พาเดินทันที พร้อม กล่าวคำว่า ชิด จากนั้นเริ่มหยุดเดินใหม่พร้อมกล่าวว่า ยืน ไปเรื่อยๆ หากสุนัขยืนและทำได้ ให้กล่าวคำว่า ยืน-ดี สลับกันตลอดเวลา

ถึงขณะนี้รอบการฝึกให้ทำซ้ำตามลำดับเป็นเรื่องสำคัญ อย่าทำสลับคำสั่งจะทำให้สุนัขงง หาก สุนัขเข้าใจดีแล้วเขาจะทำตามคำสั่งที่ดีได้เองอัตโนมัติ ไม่ต้องไปทดสอบสลับคำสั่งให้งงไปเฉยๆๆจะให้ฝึกยาก โดยไม่จำเป็น

คำสั่งห้า คือ หมอบ เมื่อสุนัขทำคำสั่งที่หนึ่งถึงสี่ได้ดีแล้ว ให้พาจูงเดิน และเมื่อเราหยุดเดินสุนัขจะนั่งทันที หรือสั่งให้นั่ง จากนั้นเราจะออกคำสั่ง เรียกชื่อมัน และกล่าวคำว่า หมอบ เสร็จแล้วผู้ฝึกนั่งลงข้างๆใช้มือซ้ายโอบ ไหล่ซ้ายสุนัขข้ามไปจับขาซ้าย และมือขวาจับปลายขาขวาดึงไปข้างหน้าค่อยๆช้าๆและออกคำสั่ง หมอบ ตลอดเวลา สุนัขจะค่อยหมอบนอนลง (อาจต้องจัดท่าที่จะให้นอนด้วย เช่นนอน หมอบยืดขาหน้าไปข้างหน้า ขา หลังคู้ ไม่เช่นนั้นอาจนอนหงาย นอนแผ่) หากสุนัขยังทำไม่ได้ให้เริ่มคำสั่งหนึ่ง สองใหม่หากทำได้ ให้กล่าวคำว่า หมอบ-ดี สลับกันตลอดเวลา

ในขั้นนี้เมื่อสุนัขหมอบได้ดีแล้ว ให้ออกคำสั่งต่อเนื่องคือ คำสั่ง คอย (จะเป็นการหมอบ-คอย) แล้วเรายืน ขึ้นดูอยู่ข้าง หากทำได้ ให้กล่าวคำว่า หมอบ-ดี สลับกันตลอดเวลา

อีกขั้นหนึ่งให้ทดสอบปลดสายจูงและออกสั่ง หมอบ-คอย หากทำได้ดีเราก็กลับมาจูงต่อ

คำสั่งหก คือ มา เมื่อสุนัขทำคำสั่งที่หนึ่งถึงห้าได้ดีแล้ว ให้พาจูงเดิน และเมื่อเราหยุดเดินสุนัขจะนั่งทันที หรือสั่งให้นั่ง-คอย จากนั้นเราเดินออกไปข้างหน้ามัน สองสามก้าว มือยกสายจูงไว้ แล้วออกคำสั่ง เรียกชื่อมัน และกล่าวคำว่า มา หากสุนัขงงให้ดึงสายจูงมาหาตัวสุนัขก็จะเดินมาหาทันที ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ อย่าลืมชมเขาทุก ครั้ง

การฝึกภายในบ้าน

การฝึกขับถ่ายบนกระดาษ

1.             ลูกสุนัขอาจถ่ายทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ในช่วงแรกจะเป็นปัญหาเรื่องการถ่ายเลอะเทอะ

2.             เมื่อลูกสุนัขรู้สึกอยากถ่าย มักจะดมกลิ่นกับพื้นและวิ่งวนไปรอบๆ ให้รีบจับสุนัขไปที่จัดไว้ทันที วางสุนัขลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์ และการเปลี่ยนกระดาษควรเหลือแผ่นเก่าไว้บ้างเพื่อให้สุนัข จำกลิ่นได้ง่ายและกลับมาถ่ายที่เดิมอีก

3.             เมื่อสุนัขถ่ายแล้วเจ้าของควรชื่นชมสุนัข ควรรีบทำความสะอาดโดยน้ำยาฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่น อย่าใช้ที่มีแอมโมเนียผสมเพราะจะทำให้สุนัขคิดว่าเป็นกลิ่น ปัสสาวะของมันเอง

การขับถ่ายนอกบ้าน

1.             ฝึกให้สุนัขขับถ่ายเป็นช่วงเวลาจนสุนัขพอใจและเป็นนิสัย

2.             พยายามให้สุนัขขับถ่ายบริเวณที่ห่างจากตัวบ้าน

3.             ปัสสาวะมีลักษณะเป็นกรด อาจทำให้หญ้าตายได้

4.             ควรเก็บอุจาระสุนัขทันที ไม่พาไปถ่ายหน้าบ้านคนอื่นหรือที่สาธารณะ

การอุ้มสุนัข

การอุ้มสุนัขขนาดใหญ่

1.             ให้ใช้แขนข้างหนึ่งโอบรอบหน้าอก ขณะที่แขนอีกข้างโอบรอบขาหลัง แล้วดึงตัวสุนัขมาติด หน้าอก

2.             จับให้มั่นคงแล้วยกขึ้น กรณีสุนัขมีอาการตื่นกลัวควรวางลงก่อน

การอุ้มสุนัขขนาดเล็ก

1.             ใช้มือข้างหนึ่งสอดเข้าหว่างขาขณะที่อีกข้างโอบรอบขาหลังและสะโพก เพื่อไม่ให้สุนัขบิดตัว หรือถีบ

2.             ยกสุนัขขึ้นโดยที่มือข้างหนึ่งอยู่รอบหน้าอก และอีกข้างอยู่ที่บั้นท้าย ป้องกันไม่ให้สุนัขกระโดด ลงไปได้

สังคมสุนัข

ควรฝึกให้สุนัขอยู่ร่วมกับสุนัขอื่นได้ หรือไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวกับสุนัขแปลกหน้า การให้สุนัข คุ้นเคยกันกับสุนัขอื่นๆตั้งแต่เล็กช่วยให้สุนัขเรียนรู้การเข้าสังคมได้ดีขึ้น หากสุนัข เห่าขู่กันให้ดุทันที อย่าเสริมส่ง

การพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์

สุนัขควรได้รับการตรวจร่างกายทุกปี และควรถ่ายพยาธิปีละ 4 ครั้ง รวมทั้ง การฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆครบถ้วน

การอาบน้ำสุนัข

สุนัขไม่จำเป็นต้องอาบน้ำทุกวัน อาบให้เมื่อสุนัขสกปรกเท่านั้น

ควรใช้น้ำอุ่นและแชมพูสำหรับสุนัข โดยให้สุนัขยืนในอ่างอาบน้ำ หรือที่พื้นไม่ลื่น

ก่อนราดน้ำทำความสะอาด ให้จับหัวสุนัขเชิดสูงขึ้น เพื่อป้องกันน้ำเข้าตาและหูของสุนัข

ให้ราดน้ำหรืออาบหัวและหูเป็นรายการสุดท้ายเพราะสุนัขจะสะบัดขนไล่น้ำหากหน้าตาเปียก

ล้างแชมพูออกให้หมด เช็ดตัวสุนัขให้แห้ง ให้ระวังสุนัขหนาวสั่น

สำหรับสุนัขพันธุ์ขนยาวควรเป่าขนให้แห้งก่อนแปรงขน

ขั้นตอนการอาบน้ำสุนัข

1.

2.

3.

4.

5.

6.

การตัดแต่งขนสุนัข

การตัดแต่งขนมี 2 แบบ คือ แบบสิงโตอังกฤษและแบบสิงโตคอนติเนนทัล

สำหรับสุนัขที่อายุน้อยกว่า 1 ปี อาจตัดแต่งขนแบบลูกสุนัข

สุนัขพันธุ์พูเดิลทั่วไปที่ไม่ได้ส่งเข้าประกวดนิยมตัดแต่งขนในรูปแบบที่เรียบง่ายกว่า

คือ แบบทรงแกะ การดูแลขนสุนัข

สุนัขพันธุ์ขนยาวต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

สุนัข พันธุ์ยอร์กไชร์ เทอร์เรียร์ หลังจากอาบน้ำแล้ว ควรจะรวบขนไว้เป็นจุดๆ

จึงแกะขนที่รวบไว้ออกแล้วหวี จะพบว่าขนไม่พันกัน และเรียงตัวเป็นระเบียบ

สุนัขพันธุ์ขนเรียบ

ลาซา แอปโซ

มอลตีส

ปักกิ่ง

ชิสุ

สุนัขที่มีขนเรียบนั้นดูแลง่าย แปรงขนให้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็พอแล้ว

ขั้นแรกควรใช้แปรงยางแปรงย้อนขน เพื่อขจัดขนที่หมดอายุและสิ่งสกปรก

แล้วแปรงตามขนอีกครั้ง

ถ้าอยากให้สุนัขมีขนเงางามก็ให้ใช้ผ้าชามัวร์ขัดขนอีกครั้ง

สุนัขพันธุ์ขนสั้น บีเกิล

บาสเซต ฮาวนด์

บูล เทอร์เรียร

ติดต่อหาเรา